ธีราทรลงต่อเนื่อง! มารินอสโดนโตเกียวจ่าฝูงหวดดับ 4-2

การแข่งขันบอล เจ 1 ลีก 2019 นัดที่ 17 ของฤดู    ufa1688   ระหว่าง เอฟซี โตเกียว ชั้น 1 พบ โยโกฮามา เอฟ มารินอส ชั้น 2 ที่สนาม อายิโนโมโตะ สเตเดียม เวลา 17.00 น.ตามเมืองไทย

ทัพพลังเพลิง เพิ่งจะไปบุกไปเสมอ เซเรโซ โอซากา ในศึกเจลีกคัพ 1-1 และผ่านไปสู่รอบต่อไปอย่าไรก็ตามผลงานเกมลีกไม่ชนะใครมาสองนัดติด นา ซังโฮ และ ดิเอโก โอริเวียร์รา ยังคงเป็นแกนหลักในเกมนี้

ส่วน ทัพกะลาสี อยู่ในช่วงฟอร์มที่ดีเกมลีกนัดปัจจุบันเฉือนชนะ มัสซึโมโตะ ยามากะ 1-0 เกมนี้ ธีราทร บุญมาทัน แบ็กซ้ายชาวไทยยังคงออกสตาร์ทเป็นตัวจริงต่อเนื่องพร้อมกับ มาร์กอส จูเนียร์ และ เอดิกา จูนิโอ ฮีโร่ในเกมที่แล้ว

เกมผ่านมาถึง น.15 เป็น มารินอส มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะผิดพลาดของแนวรับ เอฟซี โตเกียว ที่ปล่อยให้บอลไปในกรอบก่อนที่จะเป็น มาร์กอส จูเนียร์ สอดตัวเผ่านายิงไม่พลาด  น.17 พลังเพลิง มาได้ประตูตีเสมอ 1-1 อย่างรวดเร็วเมื่อ นา ซังโฮ แหวกแนวรับ มารินอส เผ่านาในกรอบก่อนแตะหลบหนึ่งจังหวะยิงเลียดๆเข้าไปอย่างง่ายดาย

น.38 โตเกียว มาได้ประตูพลิกขึ้นนำ 2-1 จากจังหวะสาดบอลยาวจากประตู โยจิโระ ทากาฮากิ เก็บบอลได้ก่อนครอสผ่านฝั่งไปถึง เคนสุเกะ นากาอิ หลุดเข้าไปกระดกผ่านหัวนายด่าน มารินอส เข้าไป ครึ่งแรกจบด้วยสกอร์นี้

ช่วงหลัง น.55 เจ้าถิ่นขยับสกอร์หนีห่างเป็น 3-1 เทื่อ เคนสุเกะ นากาอิ จ่ายบอลหลุดไปถึง ดิโอโก โอริเวียร์รา ได้ยิงเข้าไปไม่พลาด

น.62 โตเกียว ยิงเล่นยิงดีเมื่อ แนวรับมารินอส พลาดโดน เคนสุเกะ นากาอิ ฉกบอลในจุดโทษก่อนปาดไปทางเสาสองถึง ดิโอโก โอริเวียร์รา วิ่งเข้าชาร์ทส่งเจ้าถิ่นนำห่าง 4-1

น.83 มารินอส มาได้ประตูตีตื้นเผ่านาเป็น 2-4 เมื่อ เทรุฮิโตะ นากางาวะ ยิงตามน้ำเด้งชนเสาก่อนจะมาติดตัว อากิฮิโระ ฮายาชิ นายด่านเจ้าถิ่นเด้งเข้าประตูไป

เวลาที่เหลือไม่มีสกอร์เพิ่มเติม เอฟซี โตเกียว เปิดบ้านอัด โยโกฮามา เอฟ มารินอส 4-2 เก็บ 3 คะแนนมีเพิ่มเป็น 36 แต้ม รั้งจ่าฝูงเหมือนเดิมส่วน ทีมเยือน มี 30 คะแนนเท่าเดิม รั้งชั้น 2 ตามเคย

สำหรับ ธีราทร บุญมาทัน มีโปรแกรมเจ 1 ลีก นำ โยโกฮามา เอฟ มารินอส เปิดบ้านรับการมาเยือน โออิตะ ทรินิตะ ของ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ในวันที่ 6 กรกฏาคม เวลา 17.00 น.

ทั้งรักทั้งชัง!มาโนเชื่อทรูบียูยังอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์ลีก

มาโน โพลกิง เชื่อ ทรู แบงค็อก มีลุ้นแชมป์ โตโยต้า ไทยลีก  ufa1688   2019 แต่ต้องชนะทุกเกมที่เหลืออีก 10 นัด และหวังคู่แข่งทำแต้มหล่นหาย

มาโน โพลกิง กุนซือของทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ยังเชื่อมั่นมีสิทธิ์คว้าแชมป์ โตโยต้า ไทยลีก 2019 หลังตามจ่าฝูง 4 คะแนน โดยมีเงื่อนไขต้องชนะรวด 10 เกม รวมทั้งให้ทีมคู่แข่งแย่งแชมป์ทำแต้มหล่นหาย

แข้งเทพ วางเป้าหมายคว้าแชมป์ไทยลีก 2019 หลังทุ่มเงินคว้านักเตะชื่อดังมาร่วมทีมผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อย อย่างไรก็ตามหลังผ่านไป 20 นัด

ลูกทีมมาโนอยู่ชั้น 4 มี 34 คะแนน ตามหลัง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 4 แต้ม และมีเฮดทูเฮดสู้แชมป์ 6 สมัยไม่ได้ (H) แพ้ 0-1, (A) เสมอ 1-1

“เรายังเชื่อมั่น ตราบใดที่เป็นได้อยู่ เหลืออีก 10 เกม แน่ๆตอนนี้ ไม่มีที่ว่างให้เราพลาดได้อีกแล้ว เราต้องการให้พวกเขาพลาดสองเกม ซึ่งหมายความว่าเราต้องเก็บชัยชนะให้ได้ทุกเกมด้วย”

“เกมต่อไป บุรีรัมย์ (ทีมชั้น1) เจอเชียงราย (ทีมชั้น2) เพราะฉะนั้นทุกทีมมีโอกาสทำแต้มหล่น ก็แค่ว่าปัญหาอยู่ที่เราจะทำแต้มหล่นไม่ได้อีกแล้ว”กุนซือเลือดบราซิล-เยอรมัน ปิดท้าย

กุนซือสิงห์เจ้าท่า เปิดใจหลังเปิดฉากคุมทัพชนะ สุโขทัย ทีมโซนแดง 1-0 ที่ แพท สเตเดียม

โชคทวี พรหมรัตน์ กุนซือการท่าเรือ เอฟซี ทีมชั้น 5 ขอบคุณผู้เล่นทุกคนที่พยายามช่วยกันเต็มกำลัง ก่อนเปิด แพท สเตเดียม ชนะสุโขทัย เอฟซี 1-0 ในศึกโตโยต้า ไทยลีก 2019 นัดที่ 20 วันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา

กุนซือวัย 44 ปี เพิ่งจะถูกแต่งตั้งเผ่านาคุมทัพ”สิงห์เจ้าท่า” โดยแม้จะโดนผู้มาเยือนสวนเกือบเสียสกอร์ แต่ “โค้ชโชค” ก็มาได้ประตูเฉือนชนะค้างคาวไฟ ทีมหนีตกชั้น 1-0 จาก เอเลียส ดอเลาะ ในช่วงช่วงหลัง

ซึ่ง โค้ชโชค กล่าวหลังจบเกมว่า”ต้องขอบคุณนักเตะ และทีมงานทุกคนครับ เพราะผมมีเวลาไม่มาก เราก็มาคุยกันว่าเราต้องพยายามกลับมาให้ได้ เพราะถ้าเรายิ่งแพ้ ยิ่งดาวน์ ยิ่งไม่เอา”

“หรือยิ่งไม่สู้ มันก็จะยิ่งเป็นปัญหา ดังนั้น 3 คะแนนในเกมนี้ ต้องขอบคุณทุกคนจริงๆ ครับ และแฟนบอลด้วย ผมเคยทำงานกับนักเตะชุดนี้หลายท่าน ก็รู้วิธีการเล่น และฟิตเนสของแต่ละคนเป็นยังไง”

“ซึ่งพอรู้แล้ว มันก็ทำงานง่าย ตอนแรกก็แอบตื่นตระหนกเหมือนกัน เพราะผมพึ่งเผ่านา แต่ทุกคนก็เป็นมืออาชีพ และ พยายามช่วยกันอย่างเต็มกำลัง”

“หลังจากนี้ เรามีโปรแกรมกลางสัปดาห์ สำหรับบอลลีก มันเป็นอะไรที่หนักมาก เพราะฉะนั้น คงไม่มี 11 ผู้เล่นตัวจริงตายตัวที่ชัดเจน และทุกคนต้องหมุนเวียนกันได้”

เมื่อถูกถามถึงสาเหตุที่จับ โจซิมาร์ โรดริเกวซ ไปเล่นปีกขวา โค้ชโชค ตอบสั้นๆ ว่า “เราเห็นในทักษะของเขา จากการฝึกซ้อมครับ”
สรุปผลการแข่งขันลีกรองของเมืองไทย นัดที่ 22 ของฤดูประจำวันอาทิตย์
การแข่งขันบอล M-150 แชมเปี้ยนชิพ (T2) นัดที่ 22 ของฤดู 2019 ประจำวันอาทิตย์ที่ 28 กรกฏาคม ที่ผ่านมา จบลงเป็นที่เรียบร้อย

ศรีสะเกษ เอฟซี แม้จะโดนหักแต้มแต่ก็ไม่ท้อเปิดบ้านไล่ฟัน อยุธยา ยูไนเต็ด 3-0 พร้อมขยับขึ้นที่ 7 ของตารางตามหลังโซนเลื่อนชั้นเพียง 3 คะแนน ขณะที่ อุบล ยูไนเต็ด ที่กำลังหนีตายเปิดบ้านเสมอกับ ขอนแก่น เอฟซี 1-1

ส่วน ลำปาง เอฟซี ที่กำลังลุ้นแย่งโควตาเปิดบ้านพ่าย เกษตรศาสตร์ เอฟซี 1-0 และ อุดรธานี เอฟซี ยังแกร่งในบ้านปราบ อาร์มี่ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่ของลีก 1-0 พร้อมขยับขึ้นไปอยู่ที่ 4 ของตารางมีคะแนนทาบ สุภาพบุรุษวงจักร ชั้น3

ตามจ่าฝูง4แต้ม!ธีราทรรับดีใจมากกว่าการทำประตูคือทีมชนะ

แบ็กซ้ายชาวไทยรับดีใจมากกว่าการทำประตูคือพาทีมคว้าชัยชนะในการลุ้นแชมป์ต่อ  ufa1688 
ธีราทร บุญมาทัน แบ็กซ้ายชาวไทย ของ โยโกฮามา เอฟ มารินอส รับดีใจมากกว่าการยิงประตูคือการพาทีมคว้าชัยชนะต่อซานเฟรชเช ฮิโรชิมา 3-0 ช่วงวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา

แบ็กซ้ายวัย 29 พึ่งทำประตูที่สองในการค้าแข้งเจลีกในปีที่สองทำให้สภาวะในตอนนี้ มารินอส ยึดชั้น 3 มี 48 คะแนน ตามหลังจ่าฝูงอย่าง เอฟซี โตเกียว 4 แต้ม

“ดีใจนะครับที่ทีมสามารถเก็บชัยชนะได้ครับ ต่อไปก็ต้องโฟกัสวนเกมต่อไปที่พบกับ คาชิมา อันท์เลอร์ส ในเอมเพอร์เรอร์คัพ และเกมลีกที่หัวตารางพลาด เป็นโอกาสของเราแล้วรักษามันให้ได้ ส่วนประตูที่ทำได้”

“มันเป็นจังหวะของบอล บอลมาถึงผมพอดีแล้วกะให้เข้ากรอบเฉยๆ แล้วมันแฉลบผู้เล่นซานเฟรชเช ถือเป็นความโชคดีของผม แต่มันก็เป็นประตูคลายความกดดันของทีมด้วย แต่ดีใจที่ทีมเก็บ 3 คะแนนมากกว่า”

สำหรับ โยโกฮามา เอฟ มารินอส มีเกมนัดต่อในเอมเพอร์เรอร์ คัพ รอบ 16 ทีมสุดท้าย ในวันพุธที่ 25 กันยายน เวลา 17.00 น.

เดอะ แรบบิท คัมแบ็คเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดหลังเปิดบ้านยำใหญ่ ลำปาง 7-1 แม้เหลือโปรแกรมลงเล่นอีก 5 นัด
บีจี ปทุม ยูไนเต็ด จ่าฝูงใน M-150 แชมเปี้ยนชิพ เป็นทีมแรกที่เลื่อนชั้นสู่ โตโยต้าไทยลีก ในฤดู 2020 หลังเปิดบ้านเอาชนะ ลำปาง เอฟซี ตอนวันที่ 14 กันยายน ที่ผ่าน

ก่อนหน้า เดอะ แรบบิท ที่ 64 คะแนน พลาดโอกาสในการเลื่อนชั้นในเกมนัดที่ผ่านมาหลังบุกพ่าย ไทยฮอนด้า เอฟซี 1-0 ต้องยืดเยื้อมาในเกมนัดถัดไป

ปัจจุบัน บีจี ของ ดุสิต เฉลิมแสน แก้ตัวด้วยการเปิดบ้านเอาชนะ ลำปาง เอฟซี 7-1 เก็บ 3 คะแนนมีเพิ่มเป็น 67 แต้ม การันตีเลื่อนชั้นสู่โตโยต้าไทยลีกในฤดู 2020 เป็นที่เรียบร้อย แม้จะเหลือโปรแกรมลงเล่นอีก 5 นัดหลังทีมชั้น 4 อย่าง อาร์มี่ ยูไนเต็ด ที่ลงแข่งน้อยกว่ามีคะแนนไล่ตามไม่ทัน

สำหรับ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด มีโปรแกรมนัดต่อไปเปิดบ้านพบ ราชนาวี ในวันที่ 21 กันยายน เวลา 19.00 น.ที่ ลีโอ สเตเดียม  ศึกบอลโตโยต้า ไทยลีก ประจำวันเสาร์ที่ 14 กันยายน คู่เวลา 20.00 น. ที่สนามสมุทรปราการ สเตเดียม “เขี้ยวสมุทร” สมุทรปราการ ซิตี้ เปิดบ้านพบกับ “แข้งเทพ” ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

เขี้ยวสมุทร ปัจจุบันบุกพ่าย พีที ประจวบฯ 2-0 ทำให้ 5 นัดหลังสุดในลีก ชนะเพียงนัดเดียวเพียงแค่นั้นหมดสิทธิ์ใช้งาน พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี ที่มีอาการบาดเจ็บจาก ทีมชาติ และ นพพล พลคำ ที่ติดภารกิจส่วนตัว แต่ได้ บวร ตาปลา และ สราวุธ กัลยาณบัณฑิต พ้นโทษแบนกลับมาสตาร์ทเป็นตัวจริง พร้อมกับ ธีระพล เยาะเย้ย , เจริญรุ่งเรืองศักดิ์ วงษ์กรณ์ และ อิบสัน เมโล

แข้งเทพ ปัจจุบันเปิดบ้านชนะ การท่าเรือ เอฟซี 2-0 ทำให้ 5 นัดหลังสุด ชนะไปถึง 3 นัด เสมอ 1 นัด และ แพ้ 1 นัดเพียงแค่นั้นเกมนี้จะขาด พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา และ มานูเอล ทอม เบียรห์ ที่ติดโทษแบน แต่ก็จะได้ อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ ลงเป็น 11 คนแรก พร้อมกับ ทริสตอง โด , เอเวอร์ตัน กอนซัลเวส และ เนลสัน โบนิญา
เริ่มเกมไปเพียงแค่ 8 นาที ทรูบียูก็เจอปัญหาตั้งแต่ต้นเกม หลัดาวยิงตัวก่งอย่างเนลสัน โบนีญา มีอาการบาดเจ็บเล่นต่อไม่ไหว มาโน่ โพลกิ้ง เฮดโค้ชเลยตัดสินใจถอดออกและส่งชนานันท์ ป้อมบุปผาลงมาแทน

นาที 11 เขี้ยวสมุทรได้ลูกฟรีคิก จักพัน ไพรสุวรรณ ปั่นโค้งผ่านกำแพงไปทางเสาแรก บอลไปชนเสากระดอนออกมาแบบน่าลุ้น

สี่นาทีต่อมา วานเดอร์ หลุยส์ เปิดบอลผ่านมา ทริสตอง โดเก็บบอลได้ ก่อนเลือกยิงผ่านตัวกัมพล นายด่านเจ้าถิ่นไป ทว่าไม่ตรงกรอบบอลเลยเสาสองออกไป

นาที 26 วานเดอร์ หลุยซ์ พาบอลขึ้นมาและหลอกหนึ่งจังหวะ ก่อนเลือกซัดเต็มข้อแบบดื้อๆ ตุงตาข่ายไปอย่างสวยงาม ให้ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ขึ้นนำ 1-0

สามนาทีต่อมาเจ้าถิ่นเกือบได้ประตูตีเสมอเร็ว จังหวะลุกเปิดจากริมเส้นฝั่งขวา บอลตกที่ชญาวัต ยิงไปติดไมเคิล บอลกระดอนออกมาเข้าทางพิชา ซ้ำดาบสองอีกรอบ แต่ก็ยังไม่ผ่านมือนายด่านแข้งเทพเข้าไปอีกเช่นกัน

สมุทรปราการยังพยายามเอาคืนต่อเนื่อง นาที 33 มีโอกาสอีกรอบ ธีระพล เยาะเย้ย ยิงกลางประตูไปติดไมเคิล บอลกระเฉาะออกมา ทำให้เจ้าตัววิ่งตามไปซ้ำอีกรอบ แต่เจอมือกาวชาวฟิลิปปินส์โชว์ซูเปอร์เซฟได้อีกรอบ

แข้งเทพเกือบได้ประตูทิ้งห่างนาที 42 จังหวะปกเกล้าจ่ายบอลทะลุช่องมาให้ชนานันท์ที่วิ่งเติมเผ่านา และมีโอกาสยิ่งโล่งๆ แต่ดันไปแฉลบแนวรับสมุทรปราการบอลเปลี่ยนทิศผ่านคานออกไป ก่อนจบครึ่งแรก ทีมเยือนบุกมานำก่อน 1-0

กลับมาเกมช่วงหลังนาทีที่ 60 อิสัน เมโล พาบอลขึ้นมาฝั่งซ้าย จ่ายให้ธีระพล ยิงไปติดแนวรับทรูบียู บอลออกมาเข้าทางรุ่งเรืองศักดิ์ วงษ์กรณ์ ซ้ำรอบสุดท้ายเข้าไปเป็นประตูตีเสมอ 1-1

หลังจากได้ประตูตีเสมอ เขี้ยวสมุทร เปิดเกมรุกมากขึ้น และมีโอกาสจบสกอร์ได้หลายครั้ง แต่สุดท้ายยังไม่ผ่านมือไมเคิล ฟาลเคสการ์ด เข้าไปได้ ก่อนจบเกมการแข่งขัน สมุทรปราการ ซิตี้ เปิดบ้านไล่ตีเสมอ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด 1-1

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

สมุทรปราการ ซิตี้ : กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล (GK), จักพัน ไพรสุวรรณ, อริส ซาริโฟวิช, สราวุธ กัลยาณบัณฑิต, ก้าวหน้าศักดิ์ วงษ์กรณ์, บวร ตาปลา, คิม พยอง แร (ภูมินทร์ แก้วตา น.79), พิชา อุทรา(กฤษพรหม บุญสาร น.90+2), อิบสัน เมโล่, ธีระพล เยาะเย้ย, ชญาวัต ศรีนาวงษ์

ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด : ไมเคิล ฟาลเคสการ์ด (GK), ทริสตอง โด(เอกชัย สำเร น.84),เอเวอร์ตัน กอนซัลเวส, พุทธินันท์ วรรณศรี, วันชัย จารุนงคราญ, ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร, แอนโทนี เพ็ชร อำไพพิทักษ์วงศ์(วิศรุต อิ่มอุระ น.79), ปกเกล้า อนันต์, อานนท์ อมรเลิศศักดิ์,วานเดอร์ หลุยซ์, เนลสัน โบนีญา(ชนานันท์ ป้อมบุบผา น.8)

“วิลัยพร” ซัดแฮตทริกพาชบาแก้วทุบสิงคโปร์ 8-0 ประเดิมศึกชิงแชมป์อาเซียน

วันที่ 17 สิงหาคม 2562 เวลา 18.00 น. ufa1688  ณ สนามสถาบันการพลศึกษาหาความรู้วิทยาเขตชลบุรี การแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์อาเซียน 2019 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอ นัดที่หนึ่ง ทีมชาติสิงคโปร์ พบกับ ทีมชาติไทย

เริ่มเกมมาในนาทีที่ 2 ศิลาวรรณ อินต๊ะมี เปิดบอลเข้ากรอบเขตโทษ กองหลังสิงคโปร์สกัดบอลพลาดมาเข้าทาง วิลัยพร บุตรด้วง ฉกบอลก่อนซัดเต็มแรงเข้าประตู 1-0

นาทีที่ 14 อรพิณ แหวนเงิน ส่งบอลให้ วิลัยพร บุตรด้วง ม้วนตัวยิงแต่ตัวตรงตัวผู้รักษาประตูทีมชาติสิงคโปร์รับไว้ได้

นาทีที่ 30 ทีมชาติไทย นำ ทีมชาติสิงคโปร์ 2-0 จากจังหวะที่ อินทร์อร พันธุ์ชา ส่งบอลให้ ศิลาวรรณ อินต๊ะมี เปิดบอลหักข้อเข้าข้างใน รัตติกาล ทองสมบัติ ชาร์จบอลเข้าไป

นาทีที่ 45 อินทร์อร พันธุ์ชา เปิดลูกเตะมุมเข้าด้านในบอลเลยกรอบเขตโทษ และเป็น อรพิณ แหวนเงิน ส่องไกล บอลเสียบใต้คานเข้าไปอย่างสวยงาม ทีมชาติไทย หนีห่างไปเป็น 3-0 และจบครึ่งเวลาแรกด้วยสกอร์นี้

เริ่มครึ่งเวลาหลัง นาทีที่ 65 รัตติกาล ทองสมบัติ ทำชิ่งกับ วิลัยพร บุตรด้วง รัตติกาล ทองสมบัติ ยิงเต็มแรงบอลไซด์ก็ยออกข้างไป

ต่อไปนาทีที่ 67 เสาวลักษ์ เพ็งงาม ส่งบอลให้ ศิลาวรรณ อินต๊ะมี เปิดบอลเข้าด้านใน เป็น วิลัยพร บุตรด้วง ตวัดยิงเข้าไป ทีมชาติไทย นำห่าง ทีมชาติสิงคโปร์ 4-0

นาทีที่ 72 ทีมชาติไทย หนีห่างไป ทีมชาติสิงคโปร์ไป 5-0 จากจังหวะที่ พรพิรุณ พิลาวัน เปิดบอลให้ เสาวลักษ์ เพ็งงาม ชาร์จบอลเข้าไป

นาทีที่ 75 ศิลาวรรณ อินต๊ะมี ลากบอลจากริมเส้นก่อนเปิดบอลให้ อิรวดี มาครีส ยิงเข้าไปให้สกอร์ขยับหนีเป็น 6-0

นาทีที่ 83 รัตติกาล ทองสมบัติ เลี้ยงบอลหลบกองหลังทีมชาติสิงคโปร์ ก่อน จ่ายบอลให้ ณัฐวดี ปร่ำนาค แปบอลเข้าไป 7-0

ในช่วงทดเวลาเดี้ยง ณัฐวดี ปร่ำนาค จ่ายบอลทะลุช่องให้กับ วิลัยพร บุตรด้วง ซัดคนเดียว 3 ประตูให้กับตัวเองในเกมนี้ ทีมชาติไทย นำห่าง ทีมชาติสิงคโปร์ 8-0

ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยจะทำการแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์อาเซียน รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอ นัดที่ 2  พบกับ ติมอร์ เลสเต ที่สนาม สถาบันการพลศึกษาหาความรู้วิทยาเขตชลบุรี ในวันที่ 19 สิงหาคม 2562

รายชื่อ 11 ตัวจริง 
สลิตา สุทธิบูลย์(GK),อินทร์อร พันธุ์ชา, กาญจนาพร แสนคุณ, ดวงนภา ศรีตะลา, สุนิสา สร้างไธสง, อิรวดี มาครีส, วิลัยพร บุตรด้วง,อรพิณ แหวนเงิน, รัตติกาล ทองสมบัติ, ศิลาวรรณ อินต๊ะมี, เสาวลักษ์ เพ็งงาม 
ช้างศึกยุทธหัตถี ล่าสุดบุกเจ๊า นครราชสีมา เอฟซี 1-1 ไม่แพ้ใครเป็นนัดที่ 7 ติดต่อกัน ทั้งยังได้ อัลบาโร ซิลวา พ้นโทษแบนกลับมา

ส่วนที่เหลือก็อยู่กันครบนำโดย เคลตัน ซิลวา, อดุล หละโสะ และ คิม ซุง ฮวาน ที่กลับมาเจอทีมเก่าอีกครั้ง

สิงห์เจ้าท่า ในยุคของ โชคทวี พรหมรัตน์ ยังไม่แพ้ใคร โดยล่าสุดเปิดบ้านชนะ เอสซีจี เมืองทองฯ 2-0 ไร้พ่ายเป็นนัดที่ 5 ติดต่อกัน แต่เกมนี้จะหมดสิทธิ์ใช้งาน ปกรณ์ เปรมภักดิ์

ที่มีอาการเดี้ยงเพิ่มเติมต่อจาก เควิน ดีรมรัมย์ ส่วนที่เหลืออยู่กันครบ นำโดย สุมัญญา ปุริสาย, บดินทร์ ผาลา และ โจซิมาร์ โรดริเกวซ ที่จะได้รับโอกาสเป็นตัวจริง
ฉลามชล ล่าสุดบุกพ่าย เชียงใหม่ เอฟซี 2-1 ถูกหยุด Stats ไม่แพ้ใครไว้ที่ 5 นัด แต่เกมนี้จะได้ มงคล นามนวด พ้นโทษแบนกลับมา

พร้อมลงสนามร่วมกับแกนหลักอย่าง เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, แฮริสัน ไคออน และ ธีรเทพ วิโนทัย

สวาทแคท ล่าสุดเปิดบ้านเจ๊า สุพรรณบุรี เอฟซี 1-1 ไม่ชนะใครเป็นนัดที่ 3 ติดต่อกันรวมทุกรายการ ทั้งเกมนี้ยังหมดสิทธิ์ใช้งาน เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว ที่ติดโทษแบน

และ เลอันโดร อัสซัมเซา ที่ยังมีอาการเดี้ยง นอกนั้นอยู่กันครบ นำโดย อมาดู อ็อตตารา, เบอร์นาร์ด เฮนรี และ อี วอน แจ

พยัคฆ์ล้านนา ล่าสุดเปิดบ้านชนะ ชลบุรี เอฟซี 2-1 ปลดล็อคคว้าชัยในรอบ 5 เกมได้สำเร็จ ที่สำคัญยังไร้ปัญหาจัดทัพ

คาดว่าาแกนหลักอย่าง พิชิตพงษ์ เฉยฉิว, เอฟซัน ปาทริซิโอ และ เอลิอันโดร กอนซากา จะถูกส่งลงสนามพร้อมหน้า

ช้างขาวจ้าวเกาะ ล่าสุดเปิดบ้านแพ้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 0-1 ทำให้ 5 นัดล่าสุด รวมทุกรายการ เก็บชัยชนะ ได้เพียงนัดเดียว เท่านั้น

แต่เกมนี้จะได้ ชยพล ทรัพย์มา พ้นโทษแบนกลับมา ส่วนที่เหลือก็อยู่กันครบ นำโดย ดิยุฟ บีรัม, การ์ฟา ดูโรซินมี และ ลอนซานา ดุมบูยา

ประวัติ ธีรศิลป์ แดงดา

ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าเบอร์หนึ่งทีมชาติไทย โพสต์อินสตราแกรมขอบคุณแฟนบอลทุกคนที่อยู่เคียงคู่มาตลอดก่อนจะกลับมาพังประตูให้ทีมได้แล้ว แต่การันตีว่าจะสู้ต่อไปเพื่อให้ให้ทุกอย่างดีขึ้นกว่านี้   ufa1688 

      อดีตกองหน้าอัลเมเรียถูกแฟนบอลวิจารณ์ชนิดไม่ขาดสายในช่วงที่ผ่านมาก่อนที่ปัจจุบันจะสวมบทฮีโร่กลับมาพังสองประตูพาทีมชาติไทยบุกชนะ ไต้หวัน 2-0 ในศึกบอลโลก รอบคัดเลือก นัดที่สอง

     "ไหวไม่ไหวยังไงๆก็ต้องสู้ เผื่อว่าสิ่งที่เป็นอยู่มันจะดีขึ้น ขอบคุณทุกกำลังใจนะคร้าบผม ‪#‎WC2018‬#TD10 ‪#‎TD19‬"

     สำหรับ ธีรศิลป์ มีโปรแกรมกลับไปช่วย เมืองทอง ยูไนเต็ด เปิดบ้านพบกับ ทีโอที เอสซี ในศึกโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก วันอาทิตย์นี้

    
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม    ธีรศิลป์ แดงดา
วันเกิด    6 มิถุนายนพ.ศ. 2531(อายุ 20 ปี)
สถานที่เกิด    กรุงเทพมหานคร
ส่วนสูง    185 เซนติเมตร
ชื่อเล่น    มุ้ย
ตำแหน่ง    กองหน้า
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน    เมืองทอง-หนองจอก ยูไนเต็ด
หมายเลข    10
สโมสรอาชีพ*
ปี    สโมสร    ลงเล่น
(ประตู)
2549
2550
2550
2551
2551
2552    ราชประชา
เมืองทอง-หนองจอกยูไนเต็ด
แมนเชสเตอร์ซิตี้
กลาสส์ฮอปเปอร์คลับซูริก (ยืมตัว)
ราชประชา (ยืมตัว)
เมืองทอง-หนองจอกยูไนเต็ด    
18 (9)
3 (2)
0 (0)
0 (0)
5 (3)
65 (21)

ทีมชาติ**
2550-ปัจจุบัน    ไทย    30 (16) 
     ธีรศิลป์ แดงดา (ชื่อเล่น: มุ้ย) นักเตะทีมชาติไทย สังกัดสโมสรเมืองทอง-หนองจอก ยูไนเต็ด เป็นชาวกรุงเทพมหานครโดยกำเนิด ติดทีมชาตินัดแรกเมื่ออายุ 14 ปี ในตำแหน่งกองหน้า เล่นบอลรายการแรกคือเยาวชนเซ็ทเทรด ระดับโลก จนไต่เต้าขึ้นมาเรื่อยๆจนถึงระดับทีมชาติไทยชุดใหญ่
 
ประวัติ

     ธีรศิลป์ แดงดา เกิดช่วงวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2531 ที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี เริ่มเล่นบอลกับสโมสรโรงเรียนจ่าอากาศ(ดิวิชั่น1)เมื่อฤดู 2548 ราชประชาเมื่อปี 2549 และถูกยืมตัวมาเล่นให้สโมสรจ่าอากาศในช่วงครึ่งฤดูแรกของลีกดิวิชั่น 1ฤดู 2550 จากนั้นช่วงครึ่งฤดูหลังจึงย้ายลงมาเล่นให้สโมสรเมืองทองฯ ยูไนเต็ดในดิวิชั่น 2 ต่อมาก็ได้เป็นหนึ่งในสามนักเตะของไทยที่ได้ไปทดสอบฝีเท้าที่สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จนกระทั่ง สเวน โกรัน อิริคสัน ผู้จัดการทีมของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในขณะนั้น ได้มาเซ็นสัญญาซื้อตัวจากสโมสรราชประชาตอนวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 ด้วยค่าตัว 1.5 ล้านบาท

     หลังเซ็นสัญญาย้ายไปร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ธีรศิลป์ แดงดา ประสบปัญหาด้านการขอใบอนุญาตทำงานในอังกฤษโดยกระทรวงมหาดไทยของอังกฤษไม่ออกใบอนุญาตให้ จึงไม่สามารถลงเล่นให้ต้นสังกัดได้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้จึงส่งตัวไปให้ทีมกลาสส์ฮ็อปเปอร์ ซูริคในสวิตเซอร์แลนด์ยืมตัวเพื่อให้แก้ปัญหานักเตะไม่ได้ลงเล่น แต่ก็ไม่สามารถสอดแทรกขึ้นมาอยู่ในทีมชุดแรกของกลาสส์ฮอปเปอร์ ซูริคได้ จึงได้แต่เล่นอยู่กับทีมชุดเยาวชนของทีม และทำให้มีกระแสข่าวการย้ายกลับมาเล่นในเมืองไทยอีกรอบ

     ปลายฤดู 2551 ธีรศิลป์ แดงดา เดินทางกลับมาเล่นบอลในเมืองไทยโดยลงเล่นในดิวิชั่น 2 ให้สโมสรราชประชาอดีตต้นสังกัดเก่าด้วยสัญญายืมตัว 5 นัด และช่วยให้สโมสรรอดจากการตกชั้นได้สำเร็จ ก่อนจะถูกยกเลิกสัญญาจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรต้นสังกัดที่แท้จริงในเวลาต่อมา

 
     ฤดู 2552 ธีรศิลป์ แดงดา เซ็นสัญญาย้ายมาร่วมทีมเมืองทองฯ ยูไนเต็ดแบบไม่มีค่าตัว หลังจากเคยเล่นให้สโมสรนี้มาแล้วในระดับดิวิชั่น 2 และลงสนามในไทยพรีเมียร์ลีกเป็นนัดแรกช่วงวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2552 ในเกมส์ที่เปิดบ้านชนะการท่าเรือไทย3-0 ซึ่งเขาเป็นคนยิงประตูแรกให้ทีมขึ้นนำ และนัดนี้ถือเป็นการลงเล่นในลีกสูงสุดของไทยเป็นนัดแรกของเจ้าตัวด้วย

ฤดู 2552
ในปี พ.ศ. 2552 ธีรศิลป์ได้กลับมาเซ็นสัญญาย้ายมาร่วมทีมเมืองทอง ยูไนเต็ด ที่ในขณะนั้น โค้ชแต๊ก อรรถพล บุษปาคม เป็นผู้ฝึกสอน โดยย้ายแบบไม่มีค่าตัว หลังจากเคยเล่นให้สโมสรนี้มาแล้วในระดับดิวิชั่น 2 และได้ลงสนามในไทยพรีเมียร์ลีกเป็นนัดแรกตอนวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2552 ในเกมส์ที่เปิดบ้านชนะการท่าเรือไทย 3-0 ซึ่งเขาเป็นคนยิงประตูแรกให้ทีมขึ้นนำ และนัดนี้ถือเป็นการลงเล่นในลีกสูงสุดของไทยเป็นนัดแรกของเจ้าตัวด้วยซึ่งเขาสามารถนำสโมสรคว้าแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก เป็นสมัยแรกของสโมสร ซึ่งนอกจากธีรศิลป์แล้วยังมีนักเตะที่เป็นกำลังหลักสำคัญในการช่วยสโมสรคว้าแชมป์คือ ดักโน เซียกา ซึ่งเป็นดาวยิงสูงสุดของสโมสรในฤดูนั้นที่ทำไป 10 ประตู, ซูมาโฮโร ยายา, สุริยา ดอมไธสง และในฤดูนี้ธีรศิลป์ยิงได้ 7 ประตู

ฤดู 2553
ในฤดูนี้ธีรศิลป์ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงมากขึ้นถึงแม้จะติดเกมส์ของทีมชาติและมีอาการบาดเจ็บทั้งเกมส์ในลีก,ทีมชาติ และเกมส์ชิงแชมป์สโมสรเอเชียอย่าง เอเอฟซีคัพ แต่เขาก็ยังเป็นกำลังหลักสำคัญของสโมสรในการคว้าแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นครั้งที่ 2 ของสโมสรเทียบเท่า บีอีซี เทโรศาสน ธนาคารกรุงไทย และแอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด นอกจากนั้นเขายังยิงได้ในรายการเอเอฟซีคัพ รอบสิบหกทีมสุดท้ายสุดท้ายที่สโมสรเจอกับอัล รายยัน สโมสรบอลจากประเทศกาตาร์ แต่ก็ต้องตกรอบในรอบแปดทีมสุดท้ายในนัดทีเจอกับอัล อิตติฮัด จากซีเรีย ไปด้วยผล 2-1

ฤดู 2554
เมื่อหลังจบศึกการเล่น บอลโลก 2014 รอบคัดเลือกในโซนเอเชีย ให้กับทีมชาติไทย ธีรศิลป์ได้กลับมาช่วยต้นสังกัดอีกที ซึ่งในฤดูนี้สโมสรเมืองทองได้สร้างความยิ่งใหญ่ในแวดวงบอลไทยอีกรอบด้วยการซื้อร็อบบี ฟาวเลอร์ อดีตกองหน้าตัวเก่งของสโมสรบอลหงส์แดง และ คริสเตียน ควาคู มาช่วยธีรศิลป์ในการเพิ่มเกมส์รุกให้มีความหลากหลายมากขึ้น ซึ่งในฤดูนี้ธีรศิลป์นำทีมไปเล่นในรายการ เอเอฟซีคัพ (ซึ่งตกรอบมาจาก เอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก 2554 รอบคัดเลือก) โดยเมืองทองอยู่กลุ่มเดียวกับ สโมสรบอลทัมปิเนสโรเวอร์, ฮานอย ทีแอนด์ที และวีบี สปอร์ต คลับ ธีรศิลป์ได้ยิงประตูในรอบแบ่งกลุ่ม 2 ลูก ในนัดที่เมืองทองเปิดบ้านเอาชนะ ฮานอย ทีแอนด์ที ไป 4-0 (ยิง 2 ประตูเดียวในนัดนี้) และเมืองทองก็เป็นแชมป์กลุ่มแล้วทะลุมาในรอบ 16 ทีมสุดท้ายเจอกับอัล อะห์เอ็ด และธีรศิลป์สามารถยิงประตูได้ในนัดนี้ แต่ก็ต้องตกรอบในรอบ 8 ทีมสุดท้ายในนัดที่เจอกับ คูเวต เอสซี ซึ่งแพ้ไป 1-0 และใน ไทยพรีเมียร์ลีก ซึ่งในฤดูนี้ธีรศิลป์ยิงได้ 13 ประตู และทำแฮตทริกได้ 1 ครั้งในนัดที่พบกับบางกองกล๊าสที่เมืองทองชนะด้วยผล 6-2

ฤดู 2555
ก่อนที่ ไทยพรีเมียร์ลีก 2555 จะเปิดฤดูสโมสรเมืองทองได้ซื้อนักเตะโควตาต่างชาติเผ่านาช่วยธีรศิลป์ในการทำเกมส์รุกในแดนกองหน้า ภายหลังที่ฤดูที่แล้วไม่ค่อยประสบความสำเร็จอย่างที่ควร โดยซื้อนักเตะอย่าง มารีโอ ยูโรฟสกี, อัดนัน บาราคัท, เปาลู รังเฌล ประตูแรกที่ธีรศิลป์ยิงได้ในไทยลีกนัดแรกคือเกมส์ที่เมืองทองเปิดบ้านเอาชนะ สโมสรบอลการท่าเรือไทย ไป 5-1 ธีรศิลป์ยังทำแฮตทริกได้ในนัดที่เมืองทองบุกไปเอาชนะบีบีซียู เอฟซี ได้ 1-8 ส่วนใน ไทยคม เอฟเอคัพ 2555 รอบก่อนรองชนะเลิศที่เมืองทองเจอกับอาร์มี่ ยูไนเต็ด ซึ่งธีรศิลป์ก็ยิงไป 1 ประตู แต่ก็แพ้ด้วยผล 3-2 และในโตโยต้า ลีกคัพ 2555 ธีรศิลป์จะยิงประตูไม่ได้แต่ก็ช่วยจ่ายให้เพื่อให้นทำประตู 2 ครั้ง และเมื่อจบการแข่งขัน ไทยพรีเมียร์ลีก 2555 เมืองทองยูไนเต็ดเป็นแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีกสมัยที่ 3 ที่สามารถสร้างสถิติไม่แพ้สโมสรใดในฤดูนี้ ซึ่งธีรศิลป์ก็ได้รับรางวัลดาวซัลโวร่วมกับ คลีตัน โอลิเวียรา ซิลวา นักเตะชาวบราซิลของบีอีซี เทโรศาสน ด้วยการทำประตูไป 24 ประตู และยังได้รับรางวัล กองหน้ายอดเยี่ยมประจำปี พ.ศ. 2555 ของไทยพรีเมียร์ลีก เป็นสมัยแรกของเจ้าตัว

หลังจากจบฤดู 2555
หลังจบศึก ไทยพรีเมียร์ลีก 2555 ไปประมาณ 1 เดือน ธีรศิลป์ได้กลับไปอยู่ที่จังหวัดสุรินทร์ร่วมกับครอบครัว ซึ่งในช่วงนั้นมีข่าวลือเกี่ยวกับการย้ายตัวของธีรศิลป์อย่างมากทั้งจะย้ายไปอยู่ในลีกบอลเกาหลี,ออสเตรเลีย และสโมสรบอลเฆตาเฟ จาก ลาลิกาสเปน ได้ยื่นข้อเสนอเป็นเงิน 10 ล้านบาทมาให้สโมสรเมืองทองแต่ก็ได้รับการปฏิเสธไป แต่ก็มีข่าวที่ทำให้แฟนบอลชาวไทยดีใจกันทั้งประเทศคือ สโมสรบอลอัตเลติโกเดมาดริด จากลาลิกาสเปน ซึ่งเป็นสโมสรพันธมิตรกับเมืองทองได้เชิญธีรศิลป์เข้าไปร่วมทดสอบการเล่นกับสโมสรตรงเวลา 1 เดือน ที่ สเปนและพร้อมจัดที่พักกับรถรับส่ง ซึ่งทั้งทางธีรศิลป์และสโมสรเมืองทองได้ตอบตกลงกับทางอัตเลติโกเดมาดริดและมีกำหนดการไปร่วมฝึกซ้อม ในวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2556 และหลังจากนั้นธีรศิลป์ได้ถูกเรียกในนาม บอลทีมชาติไทย เพื่อให้ไปแข่งขัน เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012 ที่เมืองไทยและประเทศมาเลเซียเป็นเจ้าภาพร่วม

ฤดู 2556
อัตเลติโกเดมาดริด (ไปทดสอบการเล่น)
ในฤดู 2556 ธีรศิลป์เดินทางไปทดสอบฝีเท้ากับสโมสรบอลอัตเลติโกเดมาดริด ที่สเปน พร้อมกับผู้ฝึกสอน อุทัย บุญเหมาะ ที่บินไปอบรมผู้ฝึกสอน และนักเตะเยาวชนของสโมสรบอลเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด อีก 9 ราย อย่างกษิดิ์เดช เวทยาวงศ์, เสกสิทธิ์ ศรีใส, ตามีซี หะยียูโซะ, กิตติศักดิ์ โฮชิน, ณัฐพล เปี่ยมพลาย, นนทวัฒน์ กลิ่นจำปาศรี, วีระวัฒน์ เกิดปั้น, พิชา อุทรา, พิพรรธพล ทับไทร ก็เดินทางไปเพาะบ่มฝีเท้ากับเจ้ามุ้ยด้วยเช่นเดียวกัน โดยเดินทางไปจากสนามบินสุวรรณภูมิตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม 2556 [3] และถึงสเปนช่วงวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2556 ที่ผ่านมา ท่ามกลางการต้อนรับถึงสนามบินที่สเปนของตัวแทนสโมสรบอลอัตเลติโกเดมาดริด[4] และธีรศิลป์ก็ได้ลงซ้อมเปิดฉากทดสอบฝีเท้ากับทีมสำรองชุดเบและชุดเซ[5] โดยได้ไปซ้อมกับนักเตะชื่อดังของสโมสรอัตเลติโกเดมาดริด อาทิ ราดาเมล ฟัลกาโอ, อาร์ดา ทูรัน, เดียโก โกดิน ซึ่งมีผู้ฝึกสอนชุดใหญ่ของสโมสรอย่างดิเอโก ซิเมโอเน เป็นผู้ดูแลและคอยให้คำแนะนำและแท็กติกให้กับธีรศิลป์

เมืองทอง ยูไนเต็ด

ธีรศิลป์ลงเล่นให้เมืองทองยูไนเต็ดในปี พ.ศ. 2556
หลังจากกลับมาจากสเปน ธีรศิลป์ได้ลงเล่นให้กับเมืองทองยูไนเต็ดนัดแรกของฤดู 2556 โดยเป็นการแข่งขันในรายการ บอลถ้วยพระราชทาน ถ้วย ก พบกับทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งผลออกมาเมืองทองแพ้ไป 2-0 ต่อมาในเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก 2013 ในนัดเปิดสนามเอสซีจี สเตเดียม พบกับชอนบุกฮุนไดมอเตอร์ จากเคลีกของประเทศเกาหลีใต้ โดยผลเสมอกันไป 2-2 ในการแข่งขันไทยพรีเมียร์ลีก นัดแรกของฤดู 2556 เมืองทองยูไนเต็ดพบกับสโมสรบอลทหารบก (อาร์มี่ ยูไนเต็ด) ซึ่งธีรศิลป์ยิงลูกแรกให้เมืองทองขึ้นนำ ก่อนที่ผลจะจบด้วยผล 2-1

ประวัติ เฟร็ดเฟ่ แห่งโรงระครแห่งความฝัน

ชื่อเต็ม : เฟรเดริโก้ ชาเวส กูเอเดส 

วันเกิด : 3 ตุลาคม 1983 (อายุ 30) 

สถานที่เกิด : เทโอฟิโล โอโตนี่    ufa1688 

ส่วนสูง : 186 เซนติเมตร 

ตำแหน่ง : กองหน้า 

สโมสรปัจจุบัน : ฟลูมิเนนเซ่      

     หนึ่งในดาวยิงที่มีชีวิตการค้าแข้งไม่แน่ๆ หลังจากเคยรุ่งเรืองสุดขีดกับ ฟลูมิเนนเซ่ ด้วยการกดไปถึง 41 ลูก จาก 43 นัด ในช่วงกลางทศวรรษ 2000 จนเป็นที่หมายตาของบรรดาสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรป พร้อมกับถูกเรียกตัวไปติดทีมชาติบราซิลตั้งแต่อายุ 20 ต้นๆ กระทั่งเฟร็ด เลือกที่จะย้ายมาค้าแข้งให้กับลียง ในฝรั่งเศส ซึ่งก็ไม่แปลก เหตุเพราะช่วงเวลาดังที่กล่าวมาแล้ว ลียง ถือเป็นหนึ่งในสโมสรที่ดีที่สุดในทวีป
 
    ในช่วงแรกกับลียง ยังถือว่า เฟร็ด โชว์ผลงานได้ตามมาตรฐาน โดยซีซั่น 2005-06 เจ้าตัวยิงไปถึง 14 ลูก พร้อมกับพาทีม เป็นแชมป์ลีกในซีซั่นดังที่กล่าวถึงมาแล้ว อย่างไรก็ตาม ชีวิตการค้าแข้งของกองหน้าอนาคตไกล ต้องมาหยุดชะงัก เพราะเจออาการบาดเจ็บเล่นงานอย่างหนักในฤดู 2007-08 ก่อนจะกลับมาได้ในช่วงปลายเดือนตุลาคม ทว่าทางลียง กลับไปซื้อมิลาน บารอส เผ่านาแทนที่ ตามด้วยการดันกองหน้าดาวรุ่งอย่าง คาริม เบนเซม่า ขึ้นมาจากชุดเยวชน ทำให้โอกาสลงสนามของเฟร็ด น้อยลงไป
 
    จากนั้น เฟร็ด ที่เปลี่ยนเป็นผู้เล่นสำรอง จึงออกมาร้องขอย้ายทีมในช่วงเดือนธันวาคม 2008 กระทั่ง 2 เดือนนับจานั้น หัวหอกอาภัพก็ถูกปล่อยตัวออกมาแบบฟรีๆ โดยระเห็จกลับมาเล่นในบ้านเกิดกับ ฟลูมิเนนเซ่ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2009 เช่นเดียวกับตำแหน่งในทีมชาติ ซึ่งหลุดลอยไปด้วย
 
    อย่างไรก็ตาม เฟร็ด เรียกความมั่นใจกลับมาได้ ก่อนจะคืนฟอร์มเก่งในฤดูกาล 2011 เป็นต้นมา ด้วยการยิงให้ต้นสังกัดในบราซิเลี่ยนถึง 44 ลูกภายในหนึ่งซีซั่น และก็เป็นนักเตะหมายเลข 9 ที่ยิงประตูให้กับฟลูมิเนนเซ่ได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร จากนั้นเฟร็ด กลับมาแจ้งเกิดกับทีมชาติบราซิลอีกที และยึดตัวจริงเรื่อยมานับตั้งแต่ปี 2013 หรือในยุค หลุยส์ ฟิลิเป้ สโคลารี่ กุมบังเหียน ทั้งเฟร็ด ยังเป็นดาวซัลโว ศึกคอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ 2013 ด้วยการยิงไป 5 ลูก
 
    ส่วนฟอร์มในเวิลด์ คัพ 2014 ที่บราซิลเป็นเจ้าภาพ ปรากฏว่าช่วง 2 เกมแรก เฟร็ด อาจจะฟอร์มฝืด ทว่าเกมปัจจุบันที่ถล่มแคเมอรูน 4-1 ด้านกองหน้าตัวเก่ง ก็ปลดล็อกเบิกประตูแรกให้ตัวเองในทัวร์นาเม้นต์ พร้อมกับพาทีมผ่านเข้ารอบสุดท้าย ซึ่งประตูดังที่กล่าวมาข้างต้น น่าจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับเฟร็ด และมีความเป็นได้ที่จะเห็นประตูจากอดีตกองหน้าลียงอีกเรื่อยๆ  เฟร็ด หรือชื่อเต็ม เฟรเดริโก้ โรดริเกส เด เปาลา ซานโตส เริ่มอาชีพค้าแข้งกับ อินเตอร์นาซิออนนาล สโมสรบราซิลเมื่อปี 2011 ก่อนที่จะโยกมาค้าแข้งในทวีปยุโรปกับ ชักห์ตาร์ โดเน็ตส์ก เมื่อปี 2013 และสร้างชื่อเป็นมิดฟิลด์ที่เป็นกำลังหลักของทีม

ในเกมเปิดฉากสนามอย่างเป็นทางการของเขากับสโมสรยูเครน เขาทำประตูได้ 2 ลูก ช่วยให้ทีมเอาชนะ ชอร์โนโมเร็ตส์ โอเดซ่า ไปได้ 3-1 ในศึก ยูเครน ซูเปอร์ คัพ แม้ว่าโดยตำแหน่งแล้วเขาจะไม่ใช่ผู้เล่นที่ทำประตูได้บ่อยนักก็ตาม

ตลอด 5 ฤดูกับ ชักห์ตาร์ โดเน็ตส์ก ถือว่า เฟร็ด โชว์ฟอร์มได้อย่างดียิ่ง ทำให้ถูกเรียกตัวติดทีมชาติบราซิลเมื่อปี 2014 โดยเขาเป็นหนึ่งในทีมชุดลุยศึก โคปา อเมริกา 2015 ที่ประเทศชิลี จากนั้นใน บอลโลก 2018 เขาก็มีชื่อติดทีมชุดเดินทางไปทำศึกที่ประเทศรัสเซีย แต่น่าเสียดายที่อาการบาดเจ็บทำให้เขาไม่ได้มีส่วนร่วมกับทีมเลยแม้แต่นาทีเดียว

วันที่ 5 มิถุนายน 2018 เฟร็ด ถูก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ดึงตัวไปร่วมทีม โดยเซ็นสัญญากับทีมปีศาจแดงเอาไว้ 5 ปี พร้อมออพชั่นสามารถขยายสัญญาได้อีกปี ซึ่งเขาก็ได้เปิดฉากสนามในลีกอังกฤษเป็นตั้งแต่นัดแรกของฤดู 2018/19 ในเกมเปิดบ้านเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-1

ทำความรู้จัก เฟร็ด มิดฟิลด์ทีมชาติบราซิล หลังมีข่าวเจ้าตัวใกล้ย้ายซบ แมนฯ ยูไนเต็ด เต็มที
     สกาย สปอร์ตส์ สื่อกีฬาที่น่าเชื่อถือได้ของประเทศอังกฤษ รายงานข่าวว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะได้ เฟร็ด กองกลาง ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค เผ่านาเสริมทัพเป็นรายแรกในช่วงเปิดตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้อย่างแน่ๆ หลังการพูดจาผ่านไปด้วยดี

    คาดว่า "ปีศาจแดง" จะปิดดีลคว้ามิดฟิลด์ทีมชาติบราซิล วัย 25 ปี ในช่วงต้นเดือนมิถุนายนนี้ ด้วยค่าตัวราว 53 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,385 ล้านบาท) ก่อนที่นักเตะจะเดินทางไปทำศึกบอลโลก 2018 รอบสุดท้าย ที่ประเทศรัสเซีย 

    เพราะเหตุอะไร โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด ถึงอยากได้ เฟร็ด มาร่วมทีมเป็นอย่างมาก และผลงานของเขาเป็นอย่างไรบ้างไปดูกันได้เลย

ประวัติ แฮร์รี่ เคน

แฮร์รี เคน กองหน้าตัวเก่งของ ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ส ยอมรับรู้สึกผิดหวังที่ทีมพ่าย เรอัล มาดริด เมื่อคืนที่ผ่านมา แต่เชื่อว่าทีมได้เรียนรู้หลายสิ่งจากเกมนี้

 

     ไก่เดือยทอง พ่ายต่อ ราชันชุดขาว 0-2 ในศึก"ออดี้ คัพ 2015" โดยยอดทีมจากสเปนได้ประตูจาก ฮาเมส โรดริเกซ และ แกเร็ธ เบล อย่างไรก็ตามแม้จะเป็นข้างปราชัยแต่ดาวยิงทีมชาติอังกฤษเชื่อว่าเกมนี้คือการเตรียมพร้อมที่ดีสำหรับการสู้ศึกพรีเมียร์ลีกฤดูใหม่

 

     "มันสุดยอดมากที่ได้เล่นกับทีมอย่าง เรอัล มาดริด ก่อนที่ฤดูใหม่จะเริ่มขึ้น" เคน ให้สัมภาษณ์ผู้รายงานข่าว "เราได้ทดสอบตัวเอง แน่ๆว่าเราอยากเป็นผู้ชนะแต่นี่ก็เป็นเกมที่ดีสำหรับการเรียนรู้ คุณต้องเล่นกับทีมที่ดีที่สุดเพื่อให้จะได้รู้ว่าตัวเองอยู่ตรงจุดไหน"

 

     "เราต้องพบทีมชั้นยอดอย่างมากในพรีเมียร์ลีกทั้ง แมนฯยูไนเต็ด, แมนฯซิตี้ หรือ เชลซี เราเป็นทีมที่ยังอายุน้อยและต้องเรียนรู้"

 

     สเปอร์ มีโปรแกรมเปิดฉากสนามในศึกพรีเมียร์ลีกด้วยการบุกเยือน โอลด์ แทฟรฟฟอร์ด ของปีศาจแดง ในวันเสาร์ที่ 8 สิงหาคมนี้

ชื่อเต็ม : แฮรรี่ เอ็ดเวิร์ด เคน
วันเกิด: 28 กรกฎาคม ค.ศ. 1993 (21 ปี)
เกิดที่ : ชิงฟอร์ด, ประเทศอังกฤษ
สัญชาติ : อังกฤษ
ส่วนสูง : 183 เซนติเมตร
ตำแหน่ง : กองหน้า

ประวัติส่วนตัว

     เคน เริ่มอาชีพค้าแข้งกับ สเปอร์ส ในฤดู 2008-09 ในทีมระดับยู 16 และได้ร่วมรายการ โกปา ชีวาส ที่เม็กซิโก พร้อมยิงได้ 3 ประตู ในซีซั่น 2009-10 เคน ลงเล่น 22 นัด ให้ทีมยู 18 พร้อมซัลโวไป 18 ประตู

ฤดู 2010-11

     วันที่ 7 มกราคม 2011 เคน ได้ย้ายไปเล่นแบบยืมตัวที่ เลย์ตัน โอเรี้ยนท์ ทั้งซีซั่น และได้เป็นตัวจริงตอนวันที่ 15 มกราคม ในเกมที่เสมอ โรชเดล 1-1 จากนั้นวันที่ 22 มกราคม เคน เปิดฉากประตูแรก ในเกมที่ถล่ม เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ 4-0 และมายิงได้อีก 2 ประตู ในเกมที่ขยี้ บริสตอล โรเวอร์ส 4-1

ฤดู 2011-12

     วันที่ 25 สิงหาคม 2011 เคน กลับมาที่ สเปอร์ส และมีโอกาสเล่น ยูโรป้า ลีก นัดแรกในเกมเลกที่ 2 นัดที่พบ ฮาร์ทส์ โดยได้โอกาสเล่นไปถึง 6 นัด และยิงได้ 1 ประตู จากเกมที่ชนะ แชมร็อค โรเวอร์ส 4-0

     วันที่ 1 มกราคม 2012 เคน และ ไรอัน เมสัน ถูกส่งไปให้ มิลล์วอลล์ ยืมตัวทั้งฤดู และยิงไปทั้งสิ้น 9 ประตู จาก 27 นัด พร้อมได้รับรางวัลเป็น ผู้เล่นดาวรุ่งแห่งปีของ มิลล์วอล์ อีกด้วย

ฤดู 2012-13

     เคน เปิดฉากช่วงปรีซีซั่นได้อย่างร้อนแรง ด้วยการซัดแฮททริคใส่ เซาท์เอนด์ ยูไนเต็ด ช่วงวันที่ 10 สิงหาคม จากนั้น 18 สิงหาคม เคน ได้โอกาสเปิดฉากใน พรีเมียร์ ลีก นัดแรก โดยส่งมาเป็นผู้เล่นสำรองแทนที่ ซานโดร ในนัดที่พบ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด

     วันที่ 31 สิงหาคม 2012 เคน ก็ต้องถูกส่งไปให้ นอริช ซิตี้ ยืมตัวอีก แต่ในช่วงปีใหม่ สเปอร์ส ก็ประสบปัญหาขาดแคลนกองหน้า ทำให้ถูกเรียกตัวกลับมา

ฤดู 2013-14

     เคน ยิงประตูแรกในนาม สเปอร์ส ได้สำเร็จในช่วงต่อเวลาพิเศษในเกมที่เปิดบ้านเสมอ ฮัลล์ ซิตี้ 2-2 ในถ้วย ลีก คัพ

     วันที่ 7 เมษายน เคน ได้ลงเล่นเกมลีกให้ สเปอร์ส เป็นนัดแรกในเกมเผาเครื่อง ซันเดอร์แลนด์ 5-1 พร้อมยิงประตูได้ด้วยในนาที 59 และยิงได้ต่อเนื่องในเกมที่เสมอ เวสต์บรอมวิช 3-3

ฤดู 2014-15

     เคน ได้ลงสนามต่อเนื่องในซีซั่นนี้ และทำผลงานได้ดี โดยเริ่มจากการยิง 1 ประตูในเกมกับ เออีแอล ลิมาซโซล ใน ยูโรป้า ลีก ที่ถล่มไป 3-0
เขามายิงประตูได้อีก 3 ลูกรวดในเกมที่ชนะ อัสเตราส 5-1

     ส่วนผลงานใน ลีก เคน ยิงประตูได้ในนัดที่เฉือน แอสตัน วิลล่า 2-1 ในนาทีสุดท้าย และทำได้อีกในเกมชนะ ฮัลล์ ซิตี้ 2-1

     ปัจจุบัน 1 มกราคม 2015 เคน โชว์ผลงานสุดยอดด้วยเหมา 2 ประตู พา สเปอร์ส ขยี้ เชลซี 5-3 อย่างน่าพลิกความคาดหมายด้วย

ufa1688

ประวัติ เอแดร์ มาร์ตินส์

ชื่อเต็ม : คิลิย็อง เอ็มบัปเป้

วันเกิด: 20 ธันวาคม ค.ศ. 1998 (18 ปี)

เกิดที่ : บรูงดี้, ฝรั่งเศส

สัญชาติ : ฝรั่งเศส

ส่วนสูง : 178 เซนติเมตร

ตำแหน่ง : กองหน้า

ประวัติส่วนตัว

          เอ็มบัปเป้ เริ่มเล่นบอลนัดแรกให้กับทีมสมัครเล่นอย่าง เอเอส บรูงดี้ ที่พ่อของเขารับหน้าที่เป็นโค้ชฝึกสอน ก่อนที่เจ้าตัวจะแสดงศักยภาพออกมาอย่างเต็มเหนี่ยวจนฟอร์มไปเตะตา 2 ทีมยักษ์ใหญ่อย่าง เรอัล มาดริด และ บาเลนเซีย จากสเปนแต่ในที่สุดแล้วเจ้าตัวก็เลือกที่จะย้ายไปอยู่กับอคาเดมี่ของ โมนาโก สโมสรในประเทศบ้านเกิดในปี 2013 ปัจจุบันเจ้าตัวทำผลงานได้ดีเยี่ยมจนถูก ดิดิเยร์ เดชองส์ เรียกตัวติดทีมชาติชุดใหญ่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โมนาโก (2015/16)

          หลังจาก เอ็มบัปเป้ บ่มเพาะความสามารถกับทีมชุดสำรองของโมนาโก อยู่ถึง 2 ปีในที่สุดโอกาสในการโลดแล่นบนลีกสูงสุดอย่าง ลีก เอิง ก็มาถึงเมื่อเขาได้ลงเปิดฉากสนามในวันนี้ 2 ธันวาคม 2015 โดยลงมาแทนที่ของ ฟาบิโอ โคเอนเทรา ในนาทีที่ 88 เกมที่เปิดรังสต๊าด หลุยส์ เดอซ์ เจ๊ากับ ก็อง 1-1 ซึ่งจากการลงสนามในเกมวันนั้นทำให้เจ้าหนูวันเดอร์คิดส์รายนี้สร้างสถิติเป็นแข้งที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของลีก เอิง แซงหน้าเจ้าของสถิติเดิมอย่าง เธียร์รี่ อองรี ที่เคยสร้างไว้เมื่อ 21 ปีที่แล้ว โดย เอ็มบัปเป้ ได้สร้างสถิติใหม่ทิ้งไว้ด้วยวัยเพียงแค่ 16 ปี 374 วัน

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ mbappe monaco contract

          20 กุมภาพันธ์ 2016 หลังจากได้รับโอกาสลงสนามมาเรื่อยๆเจ้าตัวก็สามารถปลดล็อคประตูแรกได้เป็นสำเร็จในช่วงทดเวลาบาดเจ็บแมตช์ที่เปิดบ้านเอาชนะ ทรัวส์ 3-1 หลังจากเกมวันนั้นทำให้ เอ็มบัปเป้ ได้สร้างสถิติอันน่าทึ่งอีกอย่างก็คือแปลงเป็นนักเตะประวัติศาสตร์ของ โมนาโก ที่เบิกสกอร์ได้เร็วที่สุดด้วยวัยเพียง 17 ปี 62 วัน

          6 มีนาคม 2016 ได้รับข้อเสนอเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพตรงเวลา 3 ปีด้วยกันทำให้เจ้าหนู เอ็มบัปเป้ จะอยู่โยงค้าแข้งกับต้นสังกัดไปจนถึงมิถุนายน 2019 โดยเจ้าหนูคนนี้ได้รับเสื้อหมายเลข 29 

ฤดู (2016/17)

          หลังจากได้รับสัญญาเป็นนักเตะอาชีพเรียบร้อยแล้วไม่ทำให้ทุกคนผิดหวังเพราะว่างัดฟอร์มออกมาโชว์ได้อย่างสุดติ่งและเจ้าตัวก็สามารถซัดแฮทริคแรกได้เป็นสำเร็จเกมถล่ม แรนส์ แบบขาดลอยถึง 7-0 ในศึก เฟรนช์ คัพ รอบ 16 ทีมสุดท้ายและทำให้ เอ็มบัปเป้ แปลงเป็นผู้เล่นคนปัจจุบันที่ซัดแฮทริคในรายการนี้ได้หลังจาก ซอนนี่ แอนเดอร์สัน เคยทำไว้เมื่อปี 1997

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

          11 กุมภาพันธ์ 2017 จารึกประวัติศาตร์คนใหม่ได้อีกรอบเนื่องจากว่า เอ็มบัปเป้ จัดการกดอีกหนึ่งแฮทริคแต่คราวนี้เกิดทำได้ในลีก เอิง แมตช์เปิดบ้านเอาชนะ เม็ตช์ 5-0 ทำให้ดาวรุ่งพุ่งแรงคนนี้เปลี่ยนเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดที่สามารถซัดแฮทริคด้วยอายุอานามแค่ 18 ปี 2 เดือนเท่านั้นแซงหน้า เจเรมี่ เมเนซ ที่เคยทำไว้สมัยค้าแข้งอยู่กับ มงต์เปลลิเย่ร์ เมื่อปี 2005

          21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้โอกาสลงเล่นบอลถ้วยใหญ่ของยุโรปอย่าง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกและไม่ทำให้แฟนคลับผิดหวังอีกตามเคยเพราะว่าเจ้าตัวสามารถเบิกสกอร์ได้เหมือนที่ผ่านๆมาด้วยการฮาล์ฟวอลเลย์สุดสวยใส่ทีมอย่าง แมนฯซิตี้ ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายเลกแรกแม้เกมนัดนั้นเจ้าตัวจะไม่สามารถพาทีมคว้าชัยมาได้แต่เจ้ายังคงได้จารึกสถิติอีกอย่างนึงก็คือแปลงเป็นผู้เล่นคนที่สองที่เบิกสกอร์ได้เร็วที่สุดในรายการนี้เป็นรองเพียงแค่ คาริม เบนเซม่า หัวหอกรุ่นพี่คนเดียวเพียงแค่นั้นและวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมาในเกมเลกสองของศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่เปิดบ้านพบ แมนฯซิตี้ และเจ้าหนูคนนี้ก็เบิกร่องซัดให้ต้นสังกัดเป็นข้างขึ้นนำก่อน 1-0 เพียงแค่ 8 นาทีเท่านั้นโดยเกมคู่นี้จบลงที่โมนาโก เปิดบ้านเอาชนะคู่แข่งจากแดนผู้ดีไป 3-1 ทำให้จ่าฝูงของลีก เอิง พลิกนรกผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จด้วยสกอร์รวม 6-6 แต่โมนาโก ผ่านเข้ารอบเพราะว่าตุนอเวย์โกลไว้ได้มากกว่าในเกมแรก ด้วยผลงานอันร้อนแรงเช่นนี้ทำให้เจ้าตัวได้รับฉายานามว่าเป็น นิว อองรี เลยทีเดียว

ทีมชาติฝรั่งเศส

          เอ็มบัปเป้ เคยพาทีมชาติฝรั่งเศสชุดเยาวชนคว้าแชมป์ ยูฟ่า ยูโรเปี้ยน แชมป์เปี้ยนชิพมาครอบครองได้สำเร็จด้วยการเอาชนะอิตาลี ไปแบบขาดลอย 4-0 เมื่อปี 2016 ที่ผ่านมาซึ่งผลงานส่วนตัวในรายการนี้นั้น เอ็มบัปเป้ กดสกอร์ไป 5 เม็ดด้วยกัน ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมของเขานั้นทำให้ ดิดิเยร์ เดชองส์ บอสใหญ่ทีมตราไก่เรียก เอ็มบัปเป้ ติดทีมชาติชุดใหญ่เป็นนัดแรกโดย ฝรั่งเศส มีคิวลงเตะบอลโลกรอบคัดเลือกในคืนวันศุกร์นี้ที่จะถึงนี้พบกับ ลักเซมเบิร์ก และจากรายงานปัจจุบันได้เผยว่า ดิดิเยร์ เดชองส์ พร้อมจะส่ง เอ็มบัปเป้ ลงเปิดฉากสนามเป็นนัดแรกอย่างแน่ๆ

ufa1688

 

ประวัติ โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่

โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ หรือ โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ บาร์โบซ่า จี โอลีเวย์ร่า เกิดเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 1991 เขาเป็นเด็กหนุ่มที่เกิดและเติบโตขึ้นในเมือง มาเซย์โอ ประเทศบราซิล ซึ่งเป็นเมืองชายฝั่งที่อยู่ติดกับทะเล โดยเขาเติมโตขึ้นมาพร้อมกับความฝันที่เหมือนกับเด็กชายชาวบราซิลทุกคนคือต้องการที่จะเป็นนักฟุตบอล เขาได้ใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านเกิดของตัวเองอยู่ถึงอายุ 14 ปี ก่อนที่จะตัดสินใจเดินทางเข้ามาทดสอบฝีเท้ากับทาง คลับ เด เรกาตัส สโมสรท้องถิ่นของประเทศบราซิล

เริ่มต้นเส้นนักฟุตบอลอาชีพ    ufa1688 
firmino-figueirense
ในวัยเด็กของ เฟอร์มิโน่ เขาเคยถูกเลือกให้เล่นในตำแหน่ง เซ็นเตอร์แบ็ค มาก่อน

ในช่วงแรกนั้นโค้ชผู้ฝึกสอนได้ตัดสินใจเลือกที่จะให้เขาเล่นฟุตบอลในตำแหน่ง แบ็คตัวเติมเกมส์ และ เซนเตอร์แบ็ค เพราะมีรูปร่างที่ใหญ่โตและเล่นลูกกลางอากาศได้อย่างดี แต่ยังไงก็ตามหลังจากที่ เฟอร์มิโน่ ได้ก้าวขึ้นมาติดทีมเยาวชนชุด U-18 บทบาทการเล่นของเขาก็ได้ถูกปรับเปลี่ยนไป เพราะบรรดาโค้ชได้มองเห็นถึงเรื่องของหน่วยก้านแล้วจึงเชื่อกันว่าหากเขาได้เปลี่ยนตำแหน่งขึ้นไปเล่นในแนวรุกนั้นจะต้องกลายเป็นดาวเตะที่สามารถประสบความสำเร็จในอาชีพการค้าแข้งได้อย่างแน่นอน เฟอร์มิโน่ ทำผลงานออกมาได้อย่างหน้าประทับใจ จนถูกเรียกตัวให้ขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ของสโมสร คลับ เด เรกาตัส จนถูกจับตามองจากมากมายสโมสรในประเทศ จนกระทั่งในปี 2009 เขาได้ย้ายไปร่วมทีมกับสโมสร ฟิกูเรนเซ่ ในลีกซีเรีย บี ในฐานะของนักเตะแนวรุก เขาย้ายเขามาอยู่กับสโมสร ฟิกูเรนเซ่ และสามารถปรับตัวเข้ากลับสโมสรใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งในฤดูกาลนั้นเขาสามารถทำผลงานออกมาได้อย่างสุดยอดเลยทีเดียว โดยเขามีส่วนช่วยทำให้ทีมสามารถเลื่อนชั้นขึ้นมาอยู่ในลีกสูงสุดของประเทศบราซิลได้สำเร็จ หลังจากที่เขาสามารถพาสโมสรขึ้นมาเล่นอยู่ในลีกสูงสุดของประเทศบราซิลได้นั้น ทำให้สโมสรจากทวีปยุโรปได้ให้ความสนใจที่จะดึงตัว เฟอร์มิโน่ มาเสริมทัพ จนในที่สุดเป็นสโมสร ฮอฟเฟ่นไฮม์ ทีมจากบุนเดสลีก้า ที่สามารถซื้อตัวเขาไปร่วมทีมได้สำเร็จในปี 2010

ก้าวแรกใน บุนเดสลีก้า
firminio-hoffenheim
เฟอร์มิโน่ ตัดสินใจย้ายสโมสรมาเล่นให้กับ ฮอฟเฟ่นไฮม์ ในศึกบุนเดสลีก้าส

เฟอร์มิโน่ ย้ายเข้ามาอยู่กับ ฮอฟเฟ่นไฮม์ ในช่วงระยะเดือนธันวาคม 2010 โดยสัญญากับสโมสรใหม่ของเขาจะจบลงในเดือนมิถุนายน 2015 ด้วยความมุ่งมั่นและการปรับตัวเข้ากับเพื่อนร่วมทีมได้อย่างดีของเขา ทำให้เขาใช้เวลาเพียงแค่ 1 เดือนก็ได้รับโอกาสในการลงสนามในฐานะตัวสำรองในนาทีที่ 75 ซึ่ง เฟอร์มิโน่ ได้ลงสนามมาแทนที่ของ เซบาสเตียน รูดี้ ซึ่งไม่นานหลังจากที่เขาได้รับโอกาสลงสนามในวันนั้น วันที่ 16 เมษายน 2011 เขาก็สามารถทำประตูแรกให้กับทีมใหม่ในแดนเยอรมันได้สำเร็จ และยังเป็นประตูชัยช่วยให้ ฮอฟเฟ่นไฮม์ เอาชนะ ไอน์ทรัคซ์ แฟร้งค์เฟิร์ต ในการแข่งขันฟุตบอลลีก ศึกบุนเดสลีก้าไปได้
หลังต่อไป เฟอร์มิโน่ ต้องถูกดร็อปเป็นเพียงแค่ตัวสำรอง เพื่อเปิดทางให้กับ ชิเนดู โอบาซี่ หัวหอกชาวไนจีเรีย ได้มีโอกาสในการลงสนามอย่างเรื่อยๆ จนจบลงเดือนพฤศจิกายน 2011 เขาได้ทำการฝึกซ้อมอย่างหนัก จนได้รับโอกาสในการลงสนามจากเกมนัดตกค้างกับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น หลังต่อไปต่อมาเขาก็สามารถทำประตูให้กับสโมสรได้อีก 2 ประตู โดยทั้ง 2 ประตูนั้นได้มาจาก โวล์ฟสบวร์ก และ โบรุสเซีย มึนเซ่นกลัดบัค
จนกระทั่งในฤดูกาล 2012-2013 เฟอร์มิโน่ ทำผลงานออกมาได้อย่างสุดยอดจนสามารถกลับมายึดตำแหน่งตัวจริงในสนามได้ ด้วยฟอร์มการเล่นที่เขาโชว์ออกมาในสนามให้กับสาวกได้ชื่นชมกันนั้น โดยเขาสามารถจบซีซั่นดังกล่าวไปกับผลงานสุดร้อนแรงของตัวเองด้วยการลงสนาม 36 เกม และยังสามารถทำไปได้อีก 7 ประตู ด้วยผลงานอันสุดยอดเยี่ยมของ โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ ทำให้กัปตันทีมอย่าง อันเดรส เบ็ค ถึงขนาดต้องออกมาเชิดชูเขาว่าเป็นดาวเตะที่มีการพัฒนาฝีเท้าได้อย่างน่ามหัศจรรย์ จนทำให้สโมสร ฮอฟเฟ่นไฮม์ ไม่รอช้าเลือกที่จะขยายสัญญาของดาวเตคะแนวรุกคนนั้นไปยาวถึง 3 ปี จนทำให้ Season  2013-2014 เขามีส่วนช่วยให้สโมสรก้าวขึ้นไปจบอยู่ในอันดับที่ 4 ของ บุนเดสลีก้าได้อย่างงดงาม ในฤดูนี้ตัวเขาสามารถทำประตูไปได้ถึง 16 ลูกเลยทีเดียว โดยรวมแล้ว เฟอร์มิโน่ ได้ย้ายมาอยู่กับสโมสร ฮอฟเฟ่นไฮม์ เป็นระยะเวลาทั้งสิ้น 4 ปี และสามารถทำประตูให้กับสโมสรไปได้ถึง 38 ประตู จากการลงสสนามไปทั้งหมด 140 นัด
ด้วยฟอร์มการเล่นอันโดดเด่นทำให้เขากลายเป็นนักฟุตบอลที่ถูกจับตามองจากสโมสรชั้นนำในทวีปยุโรปเป็นจำนวนมาก ซึ่งสุดท้ายแล้วเป็นสโมสร หงส์แดงลิเวอร์พูล ที่สามารถบรรลุข้อตกลงกับทาง ฮอฟเฟ่นไฮม์ ในการซื้อตัว โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ ไปได้ด้วยค่าตัว 29 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 1,450 ล้านบาท

สร้างความยิ่งใหญ่กับ หงส์แดง
firmino-liverpool
เฟอร์มิโน่ ตัดสินใจย้ายสโมสรอีกครั้งในปี 2015

ในช่วงวันที่ 23 มิถุนายน 2015 ขณะที่ โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ กำลังช่วยทีมชาติบราซิล สู้ศึก โคปา อเมริกา 2015 ที่จัดขึ้นในประเทศชิลี ทางด้านสโมสร ฮอฟเฟ่นไฮม์ ได้ทำการรับข้อเสนอจากทางสโมสร หงส์แดงลิเวอร์พูล และได้ตกลงรายละเอียดต่างๆ กับทาง หงส์แดง รวมถึงทางรายละเอียดส่วนตัวของดาวเตะรายนี้ จึงทำให้ในฤดูกาล 2015 เฟอร์มิโน่ ได้ย้ายเข้ามาอยู่ในถิ่น แอนฟิลด์ ทันที แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะลงสนามในสีเสื้อของ หงส์แดงลิเวอร์พูล ได้ เพราะของยังคงต้องรอการอนุมัติจาก เวิร์ค เพอร์มิต ก่อน
จนกระทั่งในวันที่ 9 สิงหาคม 2015 เฟอร์มิโน่ ได้รับโอกาสการลงสนามให้กับ หงส์แดง เป็นครั้งแรกโดยการเปลี่ยนตัวลงไปแทน จอร์ดอน ไอบ์ ในนัดที่ ทัพหงส์แดง บุกไปเยือนและเอาชนะ สโต๊ก ซิตี้ ไปได้ 1-0 ต่อมาในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2015 เขาได้รับโอกาสในการลงสนามเป็นตัวจริงด้วยการลงเล่นในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าของทีมและสามารถทำประตูแรกให้กับสโมสรได้สำเร็จ ซึ่งเป็นนั่นเป็นการแข่งขันที่สโมสรออกไปเยือนและเอาชนะ เรือใบสีฟ้า ไปได้ถึง 4-1 ซึ่งเขาใช้เวลาเพียงไม่นานมากนักก็สามารถที่จะระเบิดฟอร์มสุดยอดของตัวเองออกมาได้อย่างน่าเหลือเชื่อเป็นอย่างมาก และยังสามารถยึดตำแหน่งตัวจริงในทีมไปได้แบบรวดเร็ว พร้อมกันนี้เขายังกลายเป็นที่รักของสาวกอย่างมากมายเลยทีเดียว
ในฤดูกาล 2016-2017 เฟอร์มิโน่ ได้รับการไว้วางใจจาก เจอร์เก้น เยือร์เกิน คล็อพ ในการลงสนามช่วยทีมอย่างเรื่อยๆในตำแหน่งหน้าเป้า โดยเขาสามารถทำผลงานในตำแหน่งนี้ออกมาได้อย่างดีแบบน่าเหลือเชื่อ ทั้งการทำประตูและการอ่านเกมต่างๆ โดยเขาสามารถทำประตูแรกฤดูกาล 2016-2017 ในนัดที่ หงส์แดงลิเวอร์พูล เอาชนะ เบอร์ตันอัลเบียน ในการแข่งขัน อีเอฟแอลคับไปถึง 5-0 ช่วยให้ทีมสามารถผ่านเข้ารอบ 3 ได้สำเร็จ ต่อมาวันที่ 10 กันยายน 2016 เฟอร์มิโน่ สามารถทำประตูเพิ่มให้กับตัวเองได้อีก 2 ประตู ในการแข่งขัน  Premier League  นัดเปิดบ้านแอนฟิลด์ ชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ ไปถึง 4-1 หลังต่อไปเป็นต้นมา เฟอร์มิโน่ ก็สามารถถล่มประตูได้อย่างไม่หยุดมาโดยตลอด และยังเป็นส่วนร่วมที่พาสโมสรก้าวขึ้นไปจบในอันดับที่ 4 ของตารางคะแนน Premier League  ได้สำเร็จ ด้วยการลงสนาม 35 นัด และทำไปได้ถึง 11 ประตู

การเปลี่ยนแปลง เบอร์ 11 สู่เบอร์ 9
firmino-liverpool-number9
เฟอร์มิโน่ ตั้งสินใจเปลี่ยนมาสวมเบอร์ 9 เพราะหลีกทางให้ในการมาของ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์

ต่อมาในฤดูกาล 2017-2018 โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ ได้เปลี่ยนสวมหมายเลข 9 แทนหมายเลข 11 ที่มอบให้ทาง โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ปีกตัวจี๊ดที่เพิ่งย้ายมาจากสโมสรโรมาในฤดูกาลนั้น ซึ่งการย้ายเข้ามาของ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ทำให้ เฟอร์มิโน่ ลดงานของตัวเองลงไปได้อย่างมาก เพราะมีทั้ง ซาดิโอ มาเน่ และ ซาลาห์ ช่วยสร้างสรรค์เกมให้กับตัวเขาได้จบสกอร์ได้อย่างสบายๆ จนทำให้นี่กลายเป็น 3 ประสานที่น่ากลัวและหาตัวจับยากเป็นอย่างมากเลยทีเดียว จากความร้อนแรงของ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่, และโรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ ที่ทำผลงานออกมาได้อย่างน่าเหลือเชื่อ โดยในฤดูกาลดังกล่าวนั้นพวกเขาสามารถพาสโมสร หงส์แดงลิเวอร์พูล ขึ้นมาจบในอันดับ 4 ซึ่งผลงานใน Premier League ฤดูกาลนี้ถือว่าเป็นที่ไม่ค่อยน่าพอใจสักเท่าไหร่นัก แต่ฤดูกาลดังกล่าว หงส์แดงลิเวอร์พูล สามารถเข้าไปชิงชนะเลิศในรายการฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรยุโรปอย่าง  UEFA  แชมเปี้ยนส์ลีก 2017-2018 โดยการเข้าไปพบกับ ราชันชุดขาว แต่ด้วยความที่พวกเขานั้นยังไร้ประสบการณ์และอาจจะตื่นเต้นในการแข่งขันนัดสำคัญ เลยทำให้ ทัพหงส์แดง ต้องพ่ายแพ้ให้กับทาง ราชันชุดขาว ไป 3-1

เจ้าแห่งยุโรป ความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่
firminio-champions-league-final
เฟอร์มิโน่ สร้างประวัติศาสตร์กับ หงส์แดง หงส์แดงลิเวอร์พูล ด้วยการคว้าแชมป์  UEFA  แชมเปี้ยนส์ลีก สมัยที่ 6 ให้กับสโมสรได้

ในฤดูกาล 2018-2019 ล่าสุดที่เพิ่งจบลงไปนั้น ถือได้ว่าเป็นฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมของสโมสร หงส์แดงลิเวอร์พูล เลยก็ว่าได้ เพราะฤดูกาลที่เพิ่งผ่านมานั้น ทัพเครื่องจักรสีแดง ได้ก้าวขึ้นไปแข่งขัน Premier League  กับสโมสร เรือใบสีฟ้า ได้แบบคู่คี่และสูสีเป็นอย่างมากจนถึงขั้นฎีกาต้องแข่งขันลีกกันจนถึงการแข่งขันนัดสุดท้ายของฤดูกาลกันเลยทีเดียว แต่ท้ายที่สุดแล้ว หงส์แดงลิเวอร์พูล ก็ต้องหยุดไว้เพียงแค่อันดับที่ 2 ของตารางการแข่งขันด้วยการชนะ 30 นัด เสมอ 7 นัด และแพ้เพียง 1 นัด ซึ่งถือว่าเป็นฤดูกาลอันสุดยอดเยี่ยมของทางสโมสรและตัวของ โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ เลยทีเดียว นอกจากนี้แล้วยังเป็นฤดูกาลที่ 2 ติดต่อกันที่ หงส์แดงลิเวอร์พูล สามารถเข้าไปแข่งขัน  UEFA  แชมเปี้ยนส์ลีก 2018-2019 โดย Season ที่ผ่านนี้ หงส์แดง หงส์แดงลิเวอร์พูล พบกับ ไก่เดือยทอง ท็อตแนม ฮอตท็อตแนมฯ สโมสรเพื่อนร่วมลีก ซึ่งในนัดดังกล่าว เฟอร์มิโน่ ทำผลงานออกมาได้อย่างดีแต่ก็ต้องถูกเปลี่ยนตัวออกไปตามแท็กติกของกุนซืออย่าง เจอร์เก้น เยือร์เกิน คล็อพ โดยผลการแข่งขันจบไปด้วยสกอร์ 2-0 และเป็นฝ่ายของ หงส์แดงลิเวอร์พูล ที่สามารถสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์  UEFA  แชมเปี้ยนส์ลีก สมัยที่ 6 ได้สำเร็จ และนี่นับเป็นปีที่มีความยิ่งที่สุดของสโมสรลิเวอร์เลยก็ว่าได้

ทีมชาติบราซิล
firminio-brazil-copa-america
เฟอร์มิโน่ สร้างความยิ่งใหญ่อีกครั้งด้วยการนำทีมชาติบราซิลคว้าแชมป์ โคปา อเมริกา 2019

ในเดือน มิถุนายน 2015 เฟอร์มิโน่ ได้ถูกเรียกตัวติดทีมชาติบราซิลไปลุยในศึก โคปา อเมริกา 2015 ในฐานะตัวสำรอง ซึ่งนี่นับเป็นการถูกเรียกติดทีมชาติเป็นครั้งของตัวเขา ก่อนที่จะย้ายไปร่วมทีมกับสโมสรหงส์แดงลิเวอร์พูลในเกาะ England  นั่นนับเป็นจุดร่วมต้นของการติดทีมชาติของเขา จนกระทั่งการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 เฟอร์มิโน่ ได้มีชื่อติดไปทำการแข่งขันด้วย พร้อมทั้งยังได้รับโอกาสในการลงสนามอย่างไม่หยุด และยังสามารถทำประตูได้อีกด้วย ก่อนที่จะโดนหยุดความร้อนแรงไว้เพียงแค่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ด้วยการพ่ายแพ้ต่อ ทีมชาติเบลเยียม 2-1 ตกรอบไปในที่สุด
ยังไงก็ตาม หลังจากที่ เฟอร์มิโน่ สามารถคว้าแชมป์  UEFA  แชมเปี้ยนส์ลีก 2019 กับสโมสร หงส์แดงลิเวอร์พูล ได้สำเร็จแล้ว เขาถูกเรียกตัวติดทีมชาติบราซิลอีกครั้ง เพื่อลุยศึก โคปา อเมริกา 2019 ในครั้งนี้เขาติดทีมชาติมาในฐานะตัวหลักของทีม โดยเขาสามารถทำผลออกมาได้แบบยอดเยี่ยมและยังได้รับคำชื่นชมจากกุนซือมาตลอด จนสามารถช่วยทีมเอาชนะและคว้าแชมป์ โคปา อเมริกา 2019 ไปได้แบบยิ่งใหญ่ เพราะเป็นการชิงแชมป์ในบ้านเกิดของตัวเขาเอง และนี่ยังนับเป็นแชมป์ โคปา อเมริกา สมัยที่ 9 อาจจะกล่าวได้แบบง่ายๆ คือ ในซี่ซั่นนี้นับเป็นปีที่เขาสร้างประวัติศาสตร์ให้กับตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบอย่างมากเลยทีเดียว

เกียรติประวัติ โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่
firminio-trophy

หงส์แดงลิเวอร์พูล
– แชมป์  UEFA  แชมเปี้ยนส์ลีก : 2018-2019
ทีมชาติบราซิล
– แชมป์ โคปา อเมริกา : 2019

รางวัลส่วนตัว
– ประตูยอดเยี่ยมประจำเดือนของ EFA : มกราคม 2016, เมษายน 2017, มกราคม 2018, มกราคม 2018
– PFA Fans Player of the Month : มกราคม 2016
– Standard Chartered Liverpool Player of the Month : มกราคม 2016, มกราคม 2018
– Bundesliga Breakthrough of the Season : 2013-2014
– UEFA Champions League Squad of the Season : 2017-2018

นักเตะทีมชาติบราซิลย้ายมาจากฮอฟเฟ่นไฮม์ ในบุนเดสลีกาในช่วงฤดูร้อนปี 2015 และยกเครดิตสำหรับพัฒนาการอย่างมากมายในสนามให้กับเจอร์เก้น เยือร์เกิน คล็อพ ที่เข้ามาคุมทีมเมื่อสามปีที่แล้ว

เฟอร์มิโน่เชื่อว่า เขาได้พัฒนาในแง่ของทั้งคาแรกเตอร์ รวมถึงสภาพจิตใจของเขาระหว่างเกมด้วย และความกระหายที่จะคว้ำชนะอย่างแรงกล้าของเขา คือคุณลักษณะที่เกิดขึ้นในตัวนักเตะหมายเลข 9

“ผมเคยเป็นคนที่ขี้อายมากๆ มากกว่าที่ผมเป็นในขณะนี้ มันยอดเยี่ยมมากที่ผมได้ปรับปรุงในเรื่องนั้น ทุกๆวัน ผมดีขึ้นเรื่อยๆ และก็ขี้อายน้อยลง” เขากล่าวกับสกาย สปอร์ตส์

“ผมคิดว่า ผมเกิดมาพร้อมกับความกระหายที่จะนำชนะ และการให้ความสนใจกับรายละเอียด ผมเรียนรู้อย่างมากในเยอรมนี และสภาพจิตใจแบบเยอรมันก็ช่วยผมอย่างมาก มันเป็นก้าวใหญ่ในชีวิตของผม”

พูดถึงความสัมพันธ์กับเยือร์เกิน คล็อพ นักเตะวัย 27 ปีกล่าวว่า “เรากำลังทำได้ดี เราเริ่มต้นได้ดีภายใต้การคุมสโมสรของเขา และเราก็กำลังมีความฝันอันยิ่งใหญ่ เราต้องการจะทำงานให้หนักต่อไปและคว้าแชมป์”

“เราทำงานพร้อมกันมาแค่สามปี แต่มันดูเหมือนนานกว่านั้น”

“ผมมีความสุขมากภายใต้การคุมต่นสังกัดของเขา และคิดว่าเขาเป็นโค้ชที่เหลือเชื่อมาก ผมได้เรียนรู้มากมายจากเขาและนั่นก็ไม่ได้ใช้ได้แค่กับผม แต่กับทั้งทีมโดยรวม ผมคิดว่าเขาฉลาดมาก”

“ผมได้เรียนรู้มากมายจากเยือร์เกิน คล็อพ ตั้งแต่ที่เขาเข้ามา เขานำทุกสิ่งทุกอย่างมารวมกันและส่งต่อไปทั่วทั้งทีม เรากำลังทำได้ดีในขณะนี้”

หงส์แดงเก็บได้ 19 จาก 21 คะแนนเต็มใน Premier League ฤดูกาลนี้ และจะหาทางเก็บคะแนนเพื่อตอบสนองต่อความพ่ายแพ้ต่อนาโปลีในช่วงกลางอาทิตย์ เมื่อพวกเขาเจอกับ Manchester City ในวันอาทิตย์

เกมการแข่งขันในฤดูกาลที่แล้ว คือ หนึ่งในเกมที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดเกมหนึ่งในฤดูกาล เมื่อหงส์แดงลิเวอร์พูลเอาชนะทีมของเป็ป กวาดิโอล่า ไป 4-3 ที่แอนฟิลด์

“มันเหลือเชื่อมาก” เฟอร์มิโน่รำลึกความหลัง “มันเป็นเกมสุดมหัศจรรย์ ซึ่งเราคว้าชัยชนะ อะดรีนาลีน, รวมถึงบรรยากาศในสนามระหว่างเกมอันสุดพิเศษเช่นนั้น มันเหลือเชื่อเสมอ มันน่าตื่นตาตื่นใจสุดๆ”

“สโมสรมีเป้าหมายที่จะคว้าถ้วยรางวัลและชนะการแข่งขันเสมอ เราเริ่มต้นได้ดีแล้ว แต่เราต้องไม่เหลิง เพราะฤดูกาลมันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น”

“เราต้องก้าวไปทีละขั้น พยายามเล่นให้ดีและเอาชนะเกม เราแค่มองไปข้างหน้าและจะรอดูว่ามันจะพาเราไปถึงจุดไหน”

ประวัติ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์

บาสเตียน ชไวสไตน์เกอร์ ห้องเครื่องมากประสบการณ์ของบาเยิร์น มิวนิค ปฏิเสธที่จะให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับข่าวคราวเชื่อมโยงกับ แมนฯ ยูฯ ยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก    ufa1688 

     โดยสองสามวันที่ผ่านมามีกระแสข่าวหนาหูว่า หลุยส์ ฟาน กัล เทรนเนอร์ปีศาจแดงต้องการดึงตัวกองกลางทีมชาติเยอรมันร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้

     ขณะเดียวกัน เป๊ป กวาร์ดิโอลา กุนซือทีมเสือใต้ก็ออกมากล่าวว่า มิดฟิลด์วัย 30 กะรัต ต้องตัดสินอนาคตค้าแข้งด้วยตัวเอง หลังจากนักเตะเหลือสัญญากับทีมอีก 1 ปีเท่านั้น

     ปัจจุบันดาวเตะทีมอินทรีเหล็กถูกนักข่าว Sky ถามถึงโอกาสย้ายไปเล่นกับแมนฯ ยูฯในระหว่างฉลองแชมป์บุนเดสลีก้าเมื่อคืนนี้ โดยเขาก็ยิ้มรับพร้อมตอบว่า "ผมเหลือสัญญากับทีมจนถึงปี 2016 ผมดีใจนะที่คุณถามคำถามนี้ แต่ผมจะไม่เอ๋ยถึงมัน"

     ดังนี้ชไวนีพัง 1 ประตู ช่วยบาเยิร์นฯเปิดรังพิชิตไมนซ์ 2-0 ในเกมส่งท้ายฤดูด้วย

ชื่อ : บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์
 
เชื้อชาติ : เยอรมัน
 
วันเกิด : 1 สิงหาคม 1984
 
อายุ : 29 ปี
 
สถานที่เกิด : เมืองโคลเบอร์มัวร์ ประเทศเยอรมันตะวันตก
 
ส่วนสูง : 183 เซนติเมตร
 
ต้นสังกัด : บาเยิร์น มิวนิค

ตำแหน่ง : กองกลาง
ฤดู 2002–2004
ชไวน์ชไตเกอร์ เซ็นสัญญากับไบเอิร์นมิวนิก เป็นผู้เล่นทีมเยาวชนตอนวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 1998[2] และสามารถเล่นผ่านเกณฑ์ของสโมสรเยาวชนของไบเอิร์นมิวนิก ในชุดเยาวชนชไวน์ชไตเกอร์ ที่มีความถนัดแข่งสกีที่เขาจึงควรตัดสินใจระหว่างการใฝ่หาอาชีพเป็นมืออาชีพในการเล่นสกีหรือหนึ่งในบอล แต่เขาก็จัดสินใจได้เล่น บอล แทน สกี ต่อมาได้รับรางวัลการแข่งขันชิงแชมป์เยาวชนเยอรมันในเดือน กรกฎาคม ค.ศ. 2002

ชไวน์ชไตเกอร์เป็นกองกลางที่ยังเหลือที่ยังสามารถเล่นบนด้านขวาให้เขามีทักษะการเลี้ยงลูกบอลที่ยอดเยี่ยมและเป็นผู้เชี่ยวชาญการเลี้ยงหนี กองกลาง และ กองหลัง ของข้างตรงผ่าน ชไวน์ชไตเกอร์ ยังเก่งในด้านการยิง จุดโทษ โดยส่วนใหญ่เขาชอบยิงเข้าเป็นประจำ และ เขาสามารถเล่นเป็นกองกลางป้องกันหรือเป็นคนคอยจ่ายให้เพื่อให้นร่วมทีมที่เป็น กองหน้า ในระหว่างการปรากฏตัวนัดแรกของเขาในสิบเอ็ดตำแหน่งที่เขาเล่นที่ หลังจากเพียงสองช่แวดวงฝึกอบรมกับทีมเป็นนัดแรกโดยมีผู้จัดการทีมชื่อ อ็อตมาร์ ฮิดฟิลด์ ซึ่งเขาคอยให้โอกาส ชไวน์ชไตเกอร์ เปิดตัวในฐานะผู้เล่นสำรองในช่วงช่วงหลังในศึก ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก กับ เอฟซี เลนส์ ในเดือน พฤศจิกายน ค.ศ. 2002 โดยเป็นนักเตะเยาวชนคนแรกในปี ค.ศ. 2002 ที่ได้ลงเล่นในศึกแชมเปียนส์ลีก ซึ่งในตอนเจอกับ เอฟซี เลนส์ เขาได้จ่ายบอลให้กับกองกลาง รุ่นพี่ ซึ่งคือ มาร์คัส ฟูลเลอร์ ทำประตูให้ทีมชนะเลนส์ไป 3-1 และต่อมาในเดือน ธันวาคม เขาได้เซ็นสัญญาอย่างเป็นอาชีพให้กับ สโมสรบอลไบเอิร์นมิวนิก ซึ่งในตอนนั้นเขาได้เล่นให้ บาเยิร์นเพียง 14 เกม ก่อนที่จะปิดฤดู 2002-03 และต่อมาฤดู 2003-04ชไวน์ชไตเกอร์ ได้ลงเล่น 26 นัด และได้ทำประตูแรกให้กับบาเยิร์นในนัดที่เจอกับ วูลฟ์ บัวร์ก ใน เดือนกันยายน ค.ศ. 2003

ฤดู 2005–2015
ในฤดู 2005–06 บาเยิร์นได้เปิดตัวผู้จัดการทีมคนใหม่ชื่อ เฟลิกซ์ มากัท ซึ่งเขาได้เรียกให้ชไวน์ชไตเกอร์มาเป็นนักเตะคนแรกของเยาวชนที่ได้เล่นในนัดแรกในนัดที่เจอกับ โบรุสซีอาเมินเชินกลัทบัค และในนัดสุดท้ายของฤดู ชไวน์ชไตเกอร์ ได้ทำประตูในนาทีที่ 48 ให้บาเยิร์นเสมอกับดอร์ทมุนต์ ไป 3-3 ในนัดสุดท้ายของฤดู และเป็นแชมป์บุนเดิสลีกากับเดเอ็ฟเบ-โพคาล ซึ่งในฤดูนี้ ชไวน์ชไตเกอร์ ทำประตูไปได้ 3 ประตู จากการลงเล่น 42 นัด

ต่อมาสามฤดูจนถึงสิ้นปี 2007–08 ชไวน์ชไตเกอร์ปรากฏตัว 135 ครั้งในการแข่งขันทั้งหมดไบเอิร์นมิวนิกรวมทุกถ้วย (ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก, บุนเดิสลีกาและถ้วยต่าง ๆ ภายในประเทศ) ยิงได้ 10 ประตูในทุกรายการ

ตอนวันที่ 15 สิงหาคม ค.ศ. 2008 ชไวน์ชไตเกอร์ติดชั้นรายชื่อผู้ทำประตูของฤดู 2008-09 โดยได้ทำไป 12 ประตู และในเดือนธันวาคม 2010 เขาได้ขยายสัญญาของเขากับบาเยิร์นจนถึงปี ค.ศ. 2016

ตอนวันที่ 25 เมษายน ค.ศ. 2012 ชไวน์ชไตเกอร์ นัดที่สองตอนเจอกับเรอัลมาดริด ผลออกมาเสมอ ไป 2-2 และต้องดวลจุดโทษ ชไวน์ชไตเกอร์สามารถยิงจุดโทษได้เป็นคนสุดท้ายทำให้บาเยิร์นชนะจุดโทษไป 3-1 และนัดสุดท้ายของยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศ กับเชลซี ในวันที่ 19 พฤษภาคม ค.ศ. 2012 โดยผลออกมาเสมอ 1-1 โดยต้องตัดสินแชมป์ด้วยการยิงจุดโทษ ชไวน์ชไตเกอร์ยิงปีเตอร์ เช็ก ผู้รักษาประตูของเชลซีป้องกันลูกจุดโทษไว้ได้ และทำให้ทีมพลาดแชมป์ไปด้วยการแพ้จุดโทษเชลซีไป 4-3

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
จนกระทั่งสิ้นสุดบอลโลก 2014 ที่บราซิล ที่เยอรมนีได้แชมป์โลกสมัยที่ 4 และเป็นทีมชาติจากยุโรปทีมแรกที่ได้แชมป์บอลโลกที่ทวีปอเมริกาใต้ ฟิลิปป์ ลาห์ม ซึ่งเป็นกัปตันทีมได้ประกาศหยุดเล่นให้กับทีมชาติไป ชไวน์ชไตเกอร์จึงรับตำแหน่งกัปตันทีมชาติแทน และลงเล่นให้กับไบเอิร์นมิวนิกเป็นฤดูสุดท้าย และเมื่อสิ้นสุดฤดู 2014–15 ที่ไบเอิร์นมิวนิกได้แชมป์บุนเดิสลีกาอีกสมัย ชไวน์ชไตเกอร์ก็ได้ย้ายไปยังแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวประมาณ 14.4 ล้านปอนด์ (ประมาณ 700 ล้านบาท) และสัญญา 3 ปี แม้จะมีวัยถึง 31 ปีและจากนั้นก็ตาม โดยย้ายเผ่านาพร้อมกับ มอร์แกน ชเนแดร์แล็ง นักเตะชาวฝรั่งเศส ที่ย้ายมาจากเซาแทมป์ตันพร้อมกัน[3]

แต่ทว่าชไวน์ชไตเกอร์ไม่ได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่อง เนื่องมาจากอาการบาดเจ็บกอรปกับอายุที่มาก จนกระทั่งในฤดูต่อมา แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้เปลี่ยนผู้จัดการสโมสรและหัวหน้าผู้ฝึกสอนเป็นโชเซ มูรีนโย ชไวน์ชไตเกอร์ถูกสั่งให้ไปฝึกซ้อมและเล่นกับทีมชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ซึ่งถือเป็นการลดชั้น จึงถูกมองว่ามีปัญหากับมูรีนโยและอาจจะได้ย้ายสโมสรในไม่ช้า[4]

ทีมชาติ
ชไวน์ชไตเกอร์ เล่นให้กับทีมชาติเยอรมนีเป็นนัดสุดท้ายในวันที่ 31 สิงหาคม ค.ศ. 2016 ในนัดกระชับมิตรระหว่างเยอรมนีกับฟินแลนด์ ที่สนามโบรุสเซีย-พาร์ค ในเมืองเมินเชนกลัดบัค โดยเป็นกัปตันทีม [5] โดยมีพิธีอำลาจัดให้ก่อนการแข่งขัน